| ประโยคภาษาไทย/ประโยคภาษาญี่ปุ่น MORE | |
|---|---|
| 1 |
แม่บังคับลูกให้ทานผัก
mɛ̂ɛ baŋkháp lûuk hây thaan phàk
|
| 2 |
คะแนนสอบเป็นไง
khánɛɛn sɔ̀ɔp pen ŋay
|
| 3 |
ถ้าเผลอไปกอดแล้วเธอจะว่ายังไง
thâa phlə̌ə pay kɔ̀ɔt lɛ́ɛw thəə cà wâa yaŋŋay
|
| 4 |
บริษัทจะจ่ายโบนัสเดือนนี้ พนักงานจึงมีท่าทางร่าเริงแจ่มใส
bɔɔrísàt cà càay boonás dʉan níi phanákŋaan cʉŋ mii thâa thaaŋ râarəəŋ cɛ̀msǎy
|
| 5 |
ตั้งใจเรียนนะลูก
tâŋcay rian ná lûuk
|
| 6 |
ช้างมีรูปร่างประหลาดเป็นสัตว์บก
cháaŋ mii rûup râaŋ pralàat pen sàt bòk
|
| 7 |
50,000 บาท เศษ
hâa mʉ̀ʉn bàat sèet
|
| 8 |
ไปกี่ครั้งๆก็จำทางไม่ได้สักที
pay kìi khráŋ kìi khráŋ kɔ̂ cam thaaŋ mây dây sák thii
|
| 9 |
ตบหลังทักทาย
tòp lǎŋ thák thaay
|
| 10 |
ผมร่วง
phǒm rûaŋ
|
ค้นหา ภาษาญี่ปุ่น
หัดเขียนภาษาญี่ปุ่นจากภาพ Animation จะทำให้เราเขียนได้ถูกต้องและเข้าใจตามหลักของเจ้าของภาษามากขึ้น ที่ทั้งโปรแกรมยังบอกลำดับการเขียนเป็นขั้นลำดับด้วย ทำให้เราศึกษาการเขียนตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นได้เร็วยิ่งขึ้น
ローマ字化/英語/Romaji
| 番号。 | 女の子と男の子の名前 | ローマ字化/英語/Romaji |
|---|---|---|
| 1 | あい | ローマ字化/英語/Romaji |
| 2 | あいか | ローマ字化/英語/Romaji |
| 3 | あいさ | ローマ字化/英語/Romaji |
| 4 | あいな | ローマ字化/英語/Romaji |
MORE |
หัดเขียนภาษาจีนจากภาพ Animation จะทำให้เราเขียนได้ถูกต้องและเข้าใจตามหลักของเจ้าของภาษามากขึ้น ที่ทั้งโปรแกรมยังบอกลำดับการเขียนเป็นขั้นลำดับด้วย ทำให้เราศึกษาการเขียนตัวอักษรภาษาจีนได้เร็วยิ่งขึ้น
หากต้องการหาความหมายภาษาจีนหรือแปลภาษาจีนสามารถเข้าไปได้ที่ link
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน : ชโลทร ภัทรมนัส
คําว่า Own Brand, Private Brand หรือ Private Label กลายเป็นคำที่ปรากฏบนสื่อต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา หลังบรรดาผู้ค้าปลีก-ค้าส่งต่างตบเท้ารับลูกโครงการ “ไทยช่วยไทย” ที่รัฐบาลอนุทิน 1.5 ออกมารับมือวิกฤตสินค้าราคาแพง ด้วยการส่งสินค้ากลุ่มนี้มาวางจำหน่ายในราคาถูกกว่าแบรนด์หลัก
สำหรับสินค้า Own Brand หรือ Private Brand หรือ Private Label นี้ เป็นกลยุทธ์ค้าปลีกที่มีอายุยาวนานกว่าร้อยปีมาแล้ว ตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 19 หรือช่วงปีค.ศ.1800 ซึ่งผู้ค้าปลีกในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรเริ่มเปิดไอเดียผลิตสินค้าภายใต้ชื่อของตนเอง หวังสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่าสินค้าของตนมีคุณภาพและราคาคุ้มค่าไม่แพ้แบรนด์หลักในตลาด
ตัวอย่างเช่น “เซนส์เบอรีส์” (Sainsbury’s) ผู้ค้าปลีกรายเก่าแก่ของสหราชอาณาจักร ซึ่งในปีค.ศ.1869 นั้น “จอห์น เจมส์ เซนส์เบอรี” (John James Sainsbury) เริ่มนำสินค้าภายใต้ชื่อของตนเอง เช่น เบคอน และเนย ออกมาวางขายเพื่อรับประกันคุณภาพสินค้าให้กับลูกค้าในกรุงลอนดอน จนกลายเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกแนวคิดสินค้า Own Brand รายแรก ๆ ของโลก
โดยจุดเปลี่ยนสำคัญของสินค้า Own Brand หรือ Private Brand หรือ Private Label นั้นเกิดขึ้นในยุคที่สถานการณ์คล้ายคลึงกับปัจจุบัน นั่นคือช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปีค.ศ.1965-1982 หรือ The Great Inflation ซึ่งเป็นวิกฤตเงินเฟ้อครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกา
ในช่วงนี้ “คาร์ฟูร์” (Carrefour) ผู้ค้าปลีกสัญชาติฝรั่งเศส เปิดตัวสินค้า “Produits Libres” หรือ Free Products ซึ่งเป็นสินค้าที่แพ็กเกจ สีขาวสะอาด ไม่มีโลโก้แบรนด์ มีเพียงชื่อสินค้า เช่น “Pasta” หรือ “Milk” เขียนด้วยตัวหนังสือสีดำและแดงเด่นสะดุดตา พร้อมกับราคาที่ถูกกว่าสินค้าแบรนด์เนมถึง 20-30%
รวมถึงยังมีสโลแกนอันโด่งดังว่า Surtout ne pas payer le nom หรือ Above all, do not pay for the name ที่แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “เหนือสิ่งอื่นใดอย่าจ่ายเงินเพื่อซื้อแค่ชื่อ” ซึ่งคิดขึ้นโดย “เอเตียน ทิล” (Etienne Thil) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการสื่อสารของคาร์ฟูร์ในขณะนั้น
ฝั่งโลกตะวันออกเองมี “มูจิ” (Muji) ค้าปลีกสัญชาติญี่ปุ่น เป็นผู้นำกระแสนี้มาขยาย ด้วยการเป็นแบรนด์สินค้าที่เน้นความเรียบง่าย ตามแนวคิด Mujirushi Ryohin ที่แปลว่า สินค้าคุณภาพดีที่ไม่มียี่ห้อ (no-brand quality goods)เพื่อต้านกระแสแมสคอนซัมชั่นหรือการผลิตสินค้าราคาถูก คุณภาพต่ำ เพื่อใช้แล้วทิ้ง ด้วยสินค้าที่เรียบง่าย คุณภาพดี และราคาประหยัด
ปัจจุบันสินค้า Own Brand หรือ Private Brand หรือ Private Label กำลังเกิดวิวัฒนาการอีกครั้ง โดยมุ่งไปสู่สถานะพรีเมี่ยมแมส ที่ไม่ได้มี จุดเด่นด้านราคาเพียงอย่างเดียว หลังผู้ค้าปลีกเปลี่ยนกลยุทธ์จากการทำราคามาเป็นความแตกต่าง เช่น “เทสโก้” (Tesco) ในสหราชอาณาจักรที่ออกไลน์สินค้า Tesco Finest เพื่อสู้กับแบรนด์ระดับบน ไลน์สินค้า Kirkland Signature ของ “คอสต์โก้” (Costco) ที่เน้นคุณภาพสูงในราคาสมาชิก รวมไปถึง No Brand ของอีมาร์ท (Emart) ค้าปลีกเกาหลี ที่ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เรียบง่ายแต่ดูดี มีสไตล์ จนเจาะกลุ่มวัยรุ่นได้สำเร็จ และสามารถแยกธุรกิจออกมาเป็นเอกเทศได้
หลังจากนี้ต้องจับตาดูสินค้ากลุ่มนี้จากบรรดาผู้ค้าปลีกของไทย ว่าจะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคไทยอย่างไร และจะสามารถต่อยอดไปได้ไกลเพียงใด
อ่านข่าวต้นฉบับ: ย้อนรอยสินค้า Own Brand-Private Brand