| ประโยคภาษาไทย/ประโยคภาษาญี่ปุ่น MORE | |
|---|---|
| 1 |
แม่บังคับลูกให้ทานผัก
mɛ̂ɛ baŋkháp lûuk hây thaan phàk
|
| 2 |
คะแนนสอบเป็นไง
khánɛɛn sɔ̀ɔp pen ŋay
|
| 3 |
ถ้าเผลอไปกอดแล้วเธอจะว่ายังไง
thâa phlə̌ə pay kɔ̀ɔt lɛ́ɛw thəə cà wâa yaŋŋay
|
| 4 |
บริษัทจะจ่ายโบนัสเดือนนี้ พนักงานจึงมีท่าทางร่าเริงแจ่มใส
bɔɔrísàt cà càay boonás dʉan níi phanákŋaan cʉŋ mii thâa thaaŋ râarəəŋ cɛ̀msǎy
|
| 5 |
ตั้งใจเรียนนะลูก
tâŋcay rian ná lûuk
|
| 6 |
ช้างมีรูปร่างประหลาดเป็นสัตว์บก
cháaŋ mii rûup râaŋ pralàat pen sàt bòk
|
| 7 |
50,000 บาท เศษ
hâa mʉ̀ʉn bàat sèet
|
| 8 |
ไปกี่ครั้งๆก็จำทางไม่ได้สักที
pay kìi khráŋ kìi khráŋ kɔ̂ cam thaaŋ mây dây sák thii
|
| 9 |
ตบหลังทักทาย
tòp lǎŋ thák thaay
|
| 10 |
ผมร่วง
phǒm rûaŋ
|
ค้นหา ภาษาญี่ปุ่น
หัดเขียนภาษาญี่ปุ่นจากภาพ Animation จะทำให้เราเขียนได้ถูกต้องและเข้าใจตามหลักของเจ้าของภาษามากขึ้น ที่ทั้งโปรแกรมยังบอกลำดับการเขียนเป็นขั้นลำดับด้วย ทำให้เราศึกษาการเขียนตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นได้เร็วยิ่งขึ้น
ローマ字化/英語/Romaji
| 番号。 | 女の子と男の子の名前 | ローマ字化/英語/Romaji |
|---|---|---|
| 1 | あい | ローマ字化/英語/Romaji |
| 2 | あいか | ローマ字化/英語/Romaji |
| 3 | あいさ | ローマ字化/英語/Romaji |
| 4 | あいな | ローマ字化/英語/Romaji |
MORE |
หัดเขียนภาษาจีนจากภาพ Animation จะทำให้เราเขียนได้ถูกต้องและเข้าใจตามหลักของเจ้าของภาษามากขึ้น ที่ทั้งโปรแกรมยังบอกลำดับการเขียนเป็นขั้นลำดับด้วย ทำให้เราศึกษาการเขียนตัวอักษรภาษาจีนได้เร็วยิ่งขึ้น
หากต้องการหาความหมายภาษาจีนหรือแปลภาษาจีนสามารถเข้าไปได้ที่ link
วิกฤตพลังงานและค่านํ้ามันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งแรงสั่นสะเทือนต่อ “ต้นทุน” การทำธุรกิจในทุกอุตสาหกรรม บางธุรกิจปรับขึ้นราคาและค่าบริการไปแล้ว เพราะไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากได้
ขณะที่กลุ่ม “แอปพลิเคชั่นเรียกรถ-ฟู้ดดีลิเวอรี่” ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นพาร์ตเนอร์ร้านค้า และคนขับในระบบยังต้องประเมินสถานการณ์ใกล้ชิด เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์และรักษาระดับการทำธุรกิจในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจมีความท้าทายจากปัจจัยต่าง ๆ
“จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม” กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา “แกร็บ” (Grab) ดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์ “Barbell Strategy” ด้วยการสร้างสมดุลระหว่าง 2 ขั้วคือ “ความคุ้มค่า” (Affordability) และ “คุณภาพ” (Quality) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกันในทุกเซ็กเมนต์
โดยธุรกิจการเดินทาง (Mobility) มีบริการกลุ่ม “Saver” เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงบริการง่ายขึ้นในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เช่น GrabBike Saver ที่เริ่มต้น 19 บาท และ GrabCar Saver มีการเติบโตสูงถึง 250% ขณะเดียวกัน แกร็บยังให้ความสำคัญกับบริการกลุ่ม “Premium” อย่าง GrabExecutive ที่เน้นคุณภาพของรถและบริการ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความสะดวกสบาย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งมีการเติบโตถึง 90%
ฝั่ง “ฟู้ดดีลิเวอรี่” นำเสนอความคุ้มค่าผ่านการทำแคมเปญ และโปรโมชั่นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Mega Sale ดีลลดแรงทุกวัน (Hot Deals) บริการส่งแบบประหยัด (Saver Delivery) ที่เติบโตถึง 77% และช่วยให้ผู้ใช้บริการประหยัดค่าใช้จ่ายได้รวมกว่า 6.9 พันล้านบาท พร้อมไปกับการรักษาฐานลูกค้ากลุ่มพรีเมี่ยมที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ และความหลากหลายของร้านอาหารด้วยแฟลกชิปแบรนด์ GrabThumbsUp และ Only at Grab ปัจจุบันมีร้านอาหารในกลุ่มมากกว่า 20,000 ร้านทั่วประเทศ
“แม้คนขับจะรู้สึกว่างาน Saver ไม่ค่อยคุ้มกับค่าตอบแทน แต่ต้องยอมรับว่าเป็นกลไกที่ช่วยเพิ่มความถี่ของงานให้มากขึ้น ทำให้ใน 1 ชั่วโมงคนขับมีงานต่อเนื่อง และมีรายได้รวมดีกว่าการรอรับงานราคาปกติอย่างเดียว เห็นได้จากข้อมูลในปี 2025 ที่ปริมาณการทำธุรกรรมต่อวันเพิ่มขึ้น 37% และความถี่ในการสั่งซื้อโต 19%”
สำหรับปี 2026 แกร็บสานต่อกลยุทธ์ Barbell Strategy 2.0 โดยเน้นสร้างความสมดุลระหว่างการเข้าถึงตลาดแมสด้วยราคาที่คุ้มค่า และการนำเสนอบริการระดับพรีเมี่ยม พร้อมพัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ Group Ride ที่ช่วยให้การเรียกรถเพื่อเดินทางเป็นกลุ่มสะดวกและประหยัดยิ่งขึ้น
Discover ที่ผู้ใช้บริการร่วมรีวิวร้านดังเมนูเด็ดในฐานะ Eatfluencer (Eat + Influencer) เพื่อสร้างเอ็นเกจเมนต์ และช่วยเพิ่มการมองเห็นของร้านอาหารต่าง ๆ Basket Builder สามารถเพิ่มสินค้าที่ต้องการได้ในตะกร้าสินค้า เมื่อพิมพ์ พูด หรือถ่ายภาพสินค้าที่ต้องการ รวมถึงเปิดตัวแพ็กเกจ GrabForStudent รวมสิทธิประโยชน์สุดคุ้มทั้งบริการเรียกรถและสั่งอาหาร เพื่อเจาะกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา
นอกจากนี้ยังทดลองเปิดตัวสินเชื่อเงินสด Grab Quick Cash ซึ่งเป็นการให้สินเชื่อกับกลุ่มบุคคลทั่วไปเป็นครั้งแรก เจาะกลุ่มผู้ที่ต้องการนำเงินทุนไปใช้ในการประกอบอาชีพ วงเงินสูงสุด 20,000 บาท และผ่อนจ่ายได้สูงสุด 6 เดือน โดยพิจารณาจากพฤติกรรมการใช้งานบนแกร็บ
“นอกจากเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพื่อขยายฐานผู้ใช้แล้ว เรายังเต็มที่กับการทำแคมเปญการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง เช่น Mega Gale ที่ดึงน้องเกล (แอบิเกล รังษีสิงห์พิพัฒน์) มาเป็นหนึ่งในครอบครัว Friend of Grab เพื่อเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูสดใหม่ เข้าถึงง่าย และเชื่อมโยงกับผู้บริโภคทุกรุ่น ซึ่งผลจากการทำแคมเปญนี้ทำให้ทราฟฟิกการเข้าใช้งานแอปโตแบบ Double Digit ด้วย”
สำหรับสถานการณ์เกี่ยวกับราคาน้ำมัน “จันต์สุดา” บอกว่า หลังบริษัทมอบ “อินเซนทีฟพิเศษ” เพื่อแบ่งเบาภาระค่าน้ำมันให้คนขับและไรเดอร์ที่ให้บริการรับส่งผู้โดยสาร และบริการดีลิเวอรี่ในทุกเที่ยวของการให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.-1 เม.ย. 2026 รวมมูลค่า10 ล้านบาท ก็ยังประเมินสถานการณ์ต่อเนื่อง พร้อมทั้งศึกษาวิธีรับมือของประเทศอื่น ๆ ที่ราคาน้ำมันขึ้นไปก่อนแล้วเช่น ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เพื่อปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับช่วงที่ราคาน้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาด
ขณะเดียวกันยังเร่งเดินหน้าโครงการ Grab EV โดยผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรหลายราย เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึง EV ให้คนขับทั่วประเทศ ผ่าน 2 โปรแกรมหลักคือ 1.เช่าครบจบบนแอป เช่ารถแท็กซี่ไฟฟ้าเริ่มต้น 800 บาท/วัน ส่วนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อให้บริการดีลิเวอรี่ เริ่มต้นที่ 125 บาทต่อวัน
และ 2.ผ่อนขับรับรถ เปิดโอกาสให้คนขับแกร็บเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าได้ โดยพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจากประวัติในการให้บริการ อัตราผ่อนจ่ายรายวันเริ่มต้นที่ 600 บาท สัญญา 5 ปี ขณะที่ไรเดอร์เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้ ด้วยอัตราผ่อนจ่ายรายวันเริ่มต้น 105 บาท สัญญา 2-3 ปี
“โครงการ GrabEV ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2020 ปัจจุบันมีคนขับที่ให้บริการด้วย EV ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์รวมกว่า 30,000 คัน การใช้รถ EV ช่วยให้คนขับประหยัดค่าใช้จ่าย 60-70% เมื่อเทียบกับการใช้รถน้ำมัน”
ด้าน “ยอด ชินสุภัคกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า กลยุทธ์หลักของธุรกิจดีลิเวอรี่มี 2 ส่วนคือ 1.แคมเปญ “ถูกสุดทุกวัน” มอบความคุ้มค่าให้ผู้ใช้ผ่านส่วนลด และดีลล็อกราคาพิเศษ ซื้อโวเชอร์บนแอปแล้วไปใช้ที่ร้านภายหลัง และ 2.รางวัล “LINE MAM Wongnai Users’ Choice” การันตีคุณภาพร้านดังจากรีวิวของผู้ใช้จริง โดยปีนี้มีร้านที่ได้รับการคัดเลือกกว่า 685 ร้าน
“ประเภทร้านที่ได้รับรางวัลมากที่สุด คือร้านอาหารไทย รองลงมาคือกลุ่มคาเฟ่-ร้านกาแฟ และร้านก๋วยเตี๋ยว ขณะที่จำนวนร้านหน้าใหม่ที่ได้รับรางวัลเพิ่มมีมากถึง 192 ร้าน หรือคิดเป็นกว่า 28% งบฯของแคมเปญ Users’ Choice ปีนี้วางไว้ที่ 350 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้วที่ใช้ไป 300 ล้านบาท เพื่อทำให้การโปรโมตร้านอาหารรีวิวดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับการเติบโตของแพลตฟอร์ม”
นอกจากนี้ยังใช้จุดแข็งจากการเป็น “แพลตฟอร์มไทยที่เข้าใจคนไทย” ออกแบบโครงการที่ช่วยสนับสนุนการทำธุรกิจของร้านอาหารต่อเนื่อง เช่น Cloud Kitchen สัญจรในพื้นที่หาดใหญ่ เพื่อช่วยร้านที่ยังอยู่ในช่วงฟื้นฟูกิจการจากเหตุการณ์น้ำท่วม ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 2025 เป็นต้นมา
แม้ในเบื้องต้นวางแผนเปิดให้บริการ 3 เดือน แต่ปัจจุบันต่อสัญญาการใช้พื้นที่ และขยายเวลาโครงการออกไป เพราะได้รับการตอบรับดีมาก ปัจจุบันมีร้านเข้าร่วม 18 ร้าน มียอดขายเฉลี่ยต่อร้านเกิน 10,000 บาทต่อวัน
“ยอด” บอกด้วยว่า ปัจจุบันมูลค่าคำสั่งซื้อต่อบิล หรือ Basket Size อยู่ที่ 100-200 บาท คงตัวมาแล้ว 2 ปี เพราะสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเป็นปัจจัยที่กดดันให้ขนาดออร์เดอร์ไม่โตขึ้น แต่การขยายตลาดผ่านบริการที่เข้าถึงง่าย เช่น ดีลล็อกราคา ทำให้ช่วงไตรมาส 1/2026 ที่ผ่านมาเติบโตมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ดีกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วมาก
แต่พอเข้าไตรมาส 2/2026 มีปัจจัยเสี่ยงจาก “สงคราม” ส่งผลให้ตลาดมีโอกาสขยายตัวช้าลง จากที่โตปีละ 20% อาจเหลือ 15% รวมถึงร้านค้าต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ไรเดอร์ต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงขึ้น และผู้บริโภคมีภาระค่าครองชีพสูงขึ้นด้วย ซึ่งจนถึงสิ้นเดือน มี.ค. ให้อินเซนทีฟช่วยค่าน้ำมันมากกว่าช่วงปกติ 15% และร่วมมือกับ Gracz ส่งบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกราคาพิเศษช่วยร้านลดต้นทุน
“บริษัทมีการประเมินสถานการณ์ไว้หลายรูปแบบ เช่น ถ้าราคาน้ำมันไปถึงจุดที่กระทบกับการทำธุรกิจมาก ๆ ก็ต้องให้ความสำคัญกับการอัดฉีดงบประมาณไปที่ฝั่งไรเดอร์อันดับแรก เพื่อให้ระบบยังเดินหน้าต่อไปได้ ก่อนขยับไปที่ผู้บริโภคเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายและรักษาปริมาณออร์เดอร์เอาไว้”
อ่านข่าวต้นฉบับ: เจาะกลยุทธ์ ‘แกร็บ-ไลน์แมน’ ฝ่าวิกฤตน้ำมันแพง-กำลังซื้อซบเซา
