อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ยกระดับ ProPak Asia 2026 สู่แพลตฟอร์มธุรกิจ-นวัตกรรมการผลิตและบรรจุภัณฑ์ระดับภูมิภาค ย้ายจัดงานสู่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพิ่มพื้นที่ 20% รวมกว่า 60,000 ตร.ม. รับเทรนด์ Industry 5.0 มนุษย์-AI-เครื่องจักรทำงานร่วมกัน คาดผู้เข้าชมกว่า 80,000 คน สร้างมูลค่าการค้าในงาน 5.5 พันล้านบาท
นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน ProPak Asia 2026 กล่าวว่า ทิศทางอุตสาหกรรมการผลิตในอนาคตกำลังก้าวสู่ Industry 5.0 ซึ่งผสานการทำงานระหว่างมนุษย์ AI และระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพการผลิตให้ตอบสนองตลาดที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากขึ้น
ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม ยา และบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการผลิตแบบ Mass Production ไปสู่การผลิตที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มมากขึ้น หรือ Hyper-Intention ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวสู่โรงงานอัจฉริยะและกระบวนการผลิตที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรม
นายสรรชายกล่าวว่า การย้ายงาน ProPak Asia 2026 ไปจัดที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนสถานที่ แต่สะท้อนวิสัยทัศน์ในการยกระดับงานจากแพลตฟอร์มระดับภูมิภาค สู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการผลิตและบรรจุภัณฑ์ระดับโลก
การจัดงานปีนี้จะมีพื้นที่เพิ่มขึ้น 20% รวมกว่า 60,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับการจัดแสดงเครื่องจักรและสายการผลิตอัจฉริยะสมัยใหม่จากผู้ผลิตระดับโลก ที่จะนำมาเดินเครื่องให้ชมแบบเรียลไทม์ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่หาชมได้ยากในงานระดับภูมิภาค
ภายในงานยังเพิ่มโซนใหม่ DigitalisationAsia Zone & Intelligent Automation เจาะลึกนวัตกรรมเครื่องจักร โซลูชั่นการผลิต ระบบ Data-driven การใช้ AI, Machine Learning ระบบวิเคราะห์ข้อมูล การบริหารโรงงานด้วย AI และหุ่นยนต์ Collaborative Robots ที่สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์
นอกจากนี้ งาน ProPak Asia 2026 ยังเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน หรือ Sustainability Gateway ผ่านกิจกรรมสัมมนา การประชุม และเวิร์กช็อป ทั้งระดับท้องถิ่นและภูมิภาค โดยมีผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คน ร่วมถอดรหัสเทรนด์อุตสาหกรรม เช่น อาหารแห่งอนาคต การผลิตเพื่อความมั่นคงทางอาหาร หรือ Global Food Security และ Lab & Test Asia ที่เน้นมาตรฐานการทดสอบระดับสากล
สำหรับการจัดงานปีนี้ มีบริษัทชั้นนำเข้าร่วมจัดแสดง 2,500 แบรนด์ จาก 45 ประเทศ พร้อมพาวิเลียนนานาชาติ 13 ประเทศและกลุ่มประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน มาเลเซีย ฝรั่งเศส อังกฤษ อเมริกาเหนือ อินเดีย อิตาลี ออสเตรเลีย และบาวาเรีย
อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ คาดว่า งาน ProPak Asia 2026 จะมีผู้เข้าเยี่ยมชมจากทั่วโลกกว่า 80,000 คน และสร้างมูลค่าการค้าและการเจรจาธุรกิจภายในงานกว่า 5.5 พันล้านบาท
นายสรรชายกล่าวว่า ProPak Asia 2026 ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เจรจาซื้อขายเครื่องจักร แต่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่า หรือ Total Value Chain ทั้งระบบ ตั้งแต่การแปรรูป การบรรจุ คลังสินค้าอัจฉริยะ ไปจนถึงการขนส่งแบบ Cold Chain
ทั้งนี้ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย วางเป้าหมายผลักดัน ProPak Asia ให้ก้าวขึ้นเป็นงานแสดงสินค้าด้าน Processing & Packaging อันดับ 1 ของเอเชียแปซิฟิกภายในปี 2027 และก้าวสู่การเป็นงานระดับโลกภายในปี 2028
ด้าน ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนา ด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย หรือ วว. กล่าวว่า วว. มุ่งใช้กลไกวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม หรือ วทน. สนับสนุนนโยบายผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก หรือ Food Security Hub
ยุทธศาสตร์สำคัญของ วว. ประกอบด้วย การสร้างนวัตกรรมอาหารมูลค่าสูง หรือ Future Food การใช้เทคโนโลยีแปรรูปเพื่อลดการสูญเสีย หรือ Food Loss & Food Waste และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Eco-friendly Packaging ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด BCG Economy
ในงาน ProPak Asia 2026 วว. จะจัดแสดงภายใต้ธีม “TISTR Total Solution” ทั้งการโชว์เคสผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่พร้อมต่อยอดเชิงธุรกิจ การให้คำปรึกษาแบบ One-on-One ผ่าน Business Matching และการแสดงผลงานที่ชนะการประกวดบรรจุภัณฑ์ไทยประจำปี 2569 หรือ ThailandStar Packaging Awards 2026 ภายใต้แนวคิด “Packaging Beyond the Box : ก้าวข้ามขีดจำกัด สู่บรรจุภัณฑ์แห่งอนาคต”
ปีนี้มีผลงานส่งเข้าประกวดกว่า 100 ผลงาน โดยจะมีพิธีมอบรางวัลวันที่ 11 มิถุนายน 2569 และผลงานที่ได้รับรางวัลจะสามารถส่งประกวดต่อในเวทีระดับภูมิภาค AsiaStar และระดับโลก WorldStar ได้
ด้าน ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์อาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การส่งออกอาหารไทยยังรักษาระดับในตลาดเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรปได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะตะวันออกกลางถือเป็นโอกาสสำคัญ เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าอาหารสูง 50-90%
อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีสัดส่วนการส่งออกสินค้าเกษตรและโภคภัณฑ์แบบเดิมสูงถึง 90% ขณะที่อาหารแห่งอนาคต หรือ Future Food มีสัดส่วนเพียงประมาณ 10% จึงเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้ประกอบการต้องเร่งยกระดับสินค้าด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิต เช่น Functional Food, Plant-based และผลิตภัณฑ์ลดหวาน ลดเค็ม ลดไขมัน
ดร.วิศิษฐ์กล่าวว่า ProPak Asia 2026 เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเทคโนโลยีการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย เพื่อนำไปเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ลดความสูญเสียในการผลิต ยืดอายุการเก็บรักษาสินค้า และขยายโอกาสทางธุรกิจผ่านการพบพันธมิตรจากทั่วโลก
ขณะที่ ดร.ทองดี ปาโส ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ท่ามกลางผลกระทบจากสงคราม วิกฤตพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งกระทบต่อต้นทุนและห่วงโซ่อุปทานอาหารทั่วโลก
แม้ตัวเลขการส่งออกอาหารไทยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาจะส่งสัญญาณลดลง แต่ในวิกฤตยังมีโอกาส หากผู้ประกอบการเร่งพลิกเกม ปรับโครงสร้าง เพิ่มมูลค่า และขยายตลาดใหม่ไปยัง Emerging Market ที่มีกำลังซื้อและมีความต้องการด้านความมั่นคงทางอาหาร
ดร.ทองดีกล่าวว่า ผู้ประกอบการต้องเร่งพัฒนาสินค้า เพิ่มคุณภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่ม แทนการแข่งขันด้วยปริมาณและราคา โดยเฉพาะอาหารแปรรูป อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารสำหรับผู้สูงอายุ และอาหารแห่งอนาคต รวมถึงใช้เทคโนโลยีลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และลดของเสียจากการผลิต
งาน ProPak Asia 2026 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยผู้จัดงานคาดว่าจะเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME และสตาร์ตอัพ ให้เข้าถึงเทคโนโลยีการผลิต บรรจุภัณฑ์ และนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการแข่งขันในตลาดโลกยุคใหม่
อ่านข่าวต้นฉบับ: อุตฯอาหาร-บรรจุภัณฑ์ไทยเร่งทรานส์ฟอร์ม รับยุค AI-โรงงานอัจฉริยะ
