“ศุภจี” ร่วมทีมไทยแลนด์+ เยือนวอชิงตัน เข้าร่วม SelectUSA Investment Summit 2026 เดินหน้าขยายความร่วมมือการค้า-ลงทุนไทย-สหรัฐ ดันเอกชนไทยลงทุนพลังงาน เกษตรแปรรูป เทคโนโลยีขั้นสูง หลังไทยลงทุนในสหรัฐแล้วกว่า 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมหารือ USABC-USCC ชวนเอกชนสหรัฐใช้ไทยเป็นฐานลงทุนเชื่อมอาเซียน
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ร่วมกับ “ทีมไทยแลนด์+” ระหว่างวันที่ 4-5 พฤษภาคม 2569 ว่าการเยือนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างไทยกับสหรัฐ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจสำคัญของไทย
การเยือนดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับสหรัฐในทุกมิติ ทั้งการค้า การลงทุน และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อผลักดันความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน
นางศุภจีกล่าวว่า ได้เข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit 2026 ร่วมกับนายปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธานคณะที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในนาม “ทีมไทยแลนด์+” ซึ่งเป็นการผนึกกำลังระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ หอการค้าไทย และนักธุรกิจชั้นนำของไทย
การเข้าร่วมงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสและส่งเสริมการลงทุนของไทยในสหรัฐ โดยเฉพาะสาขาที่ไทยมีศักยภาพ เช่น พลังงาน เกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง สะท้อนความเชื่อมั่นของภาคเอกชนไทยต่อเศรษฐกิจสหรัฐ และบทบาทของไทยในฐานะหุ้นส่วนการลงทุนสำคัญ
ภายในงานนางศุภจีได้หารือกับผู้แทนกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี โดยฝ่ายสหรัฐแสดงความพร้อมในการอำนวยความสะดวกการลงทุนของภาคเอกชนไทยในสหรัฐ
นอกจากนี้ยังได้พบหารือกับผู้แทนภาคเอกชนจากหลายมลรัฐของสหรัฐ เช่น Texas และ Utah ซึ่งเป็นพื้นที่ศักยภาพด้านพลังงาน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยต่างแสดงความพร้อมในการรองรับการลงทุนจากไทยในระยะต่อไป
นางศุภจีกล่าวว่า ภาคเอกชนชั้นนำของไทยที่เข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit 2026 ครอบคลุมกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี อาหาร และอิเล็กทรอนิกส์ สะท้อนแผนการขยายการลงทุนของไทยในสหรัฐอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันการลงทุนจากไทยในสหรัฐมีมูลค่ากว่า 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยการเข้าร่วมงานครั้งนี้ช่วยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยเชื่อมโยงกับพันธมิตรทางธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐของสหรัฐ เพื่อขยายความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทานและอุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคต
ภายหลังเข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit 2026 นางศุภจียังได้หารือกับสภาธุรกิจอาเซียน-สหรัฐ หรือ U.S.-ASEAN Business Council (USABC) พร้อมกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ต่อผู้นำภาคธุรกิจสหรัฐ เพื่อเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในไทย
สาระสำคัญคือการย้ำทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของไทยในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่อนาคต และการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต หรือ Food Innovation และเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ Digital Economy ซึ่งเป็นสาขาที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานไทย-สหรัฐ
ภาคเอกชนสหรัฐแสดงความสนใจขยายความร่วมมือและการลงทุนในไทยเพิ่มเติมในหลายสาขา เช่น เทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหาร การท่องเที่ยวและโรงแรม รวมถึงการเป็นหุ้นส่วนเพื่อสนับสนุนความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทาน และการผลิตร่วมในภูมิภาค
นอกจากนี้ ภาคเอกชนสหรัฐยังสนใจใช้ไทยเป็นฐานการลงทุนและเชื่อมโยงตลาดอาเซียน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของไทยในฐานะฐานการผลิตและหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐในภูมิภาค
บริษัทชั้นนำของสหรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมการผลิต ยังให้ความสนใจต่อทิศทางนโยบายของไทย ทั้งด้านการอำนวยความสะดวกในการลงทุน การพัฒนาทักษะแรงงาน และการสนับสนุน SMEs ให้เข้าถึงตลาดและเทคโนโลยี
นางศุภจีได้ชี้แจงการดำเนินงานสำคัญของรัฐบาล เช่น การปรับปรุงกฎระเบียบภายในประเทศ การพัฒนาโครงการ Skill Bridge และการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มความสะดวกและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ
ขณะเดียวกัน ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกกับภาคเอกชนสหรัฐในประเด็นสำคัญ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่มีมูลค่าสูง ตามนโยบาย “Value Over Volume”
นางศุภจีกล่าวว่า การหารือดังกล่าวช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของไทย และเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนสหรัฐต่อศักยภาพของไทยในฐานะแหล่งลงทุนที่มีความพร้อมและมีทิศทางการพัฒนาชัดเจน
นอกจากนี้ นางศุภจียังได้หารือกับสภาหอการค้าสหรัฐ หรือ U.S. Chamber of Commerce (USCC) โดยแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการค้าและการลงทุนของไทย พัฒนาการของมาตรการทางการค้าของสหรัฐ และการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทยกับสหรัฐ
นางศุภจีให้ความเชื่อมั่นกับภาคเอกชนสหรัฐว่า ไทยจะเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนให้คืบหน้าและมีข้อสรุปโดยเร็ว พร้อมทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่สมดุล สอดคล้องกับผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ
ภาคเอกชนสหรัฐเห็นว่า ไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ดิจิทัล และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะเป็นสาขาสำคัญในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการลงทุนระหว่างไทยกับสหรัฐในระยะต่อไป
นางศุภจีกล่าวว่า บรรยากาศการหารือเป็นไปด้วยดี ภาคเอกชนสหรัฐตระหนักถึงความสำคัญของไทยในห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐและสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลไทย โดยเห็นว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-สหรัฐให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
สำหรับปี 2568 สหรัฐเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย มีมูลค่าการค้ารวม 93,651.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปสหรัฐ มูลค่า 72,506.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมสินค้าสำคัญ เช่น คอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณี รถยนต์ และเครื่องปรับอากาศ
ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ มูลค่า 21,144.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่น น้ำมันดิบ เครื่องจักรกล เครื่องบินและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักรไฟฟ้า ส่งผลให้ไทยได้ดุลการค้าสหรัฐ มูลค่า 51,361.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘ศุภจี’ บุกวอชิงตัน ชูไทยฐานซัพพลายเชนอาเซียน ดันดีลลงทุนสหรัฐรอบใหม่
