บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำประจำวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564
สรุป ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งอ่อนค่าลง 0.19% แตะที่ 94.059 เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากดัชนีดอลลาร์ดีดตัวแตะระดับสูงสุดในรอบ 15 เดือนเมื่อวันศุกร์ขานรับตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐ
นอกจากนี้ดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากการแข็งค่าของสกุลเงินยูโร ขานรับการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนในยูโรโซนจากสถาบันวิจัย Sentix ของเยอรมนีในเดือน พ.ย. ที่ดีดตัวขึ้นเกินคาดสู่ระดับ 18.3 นอกจากนี้ นักลงทุนบางส่วนยังเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกยังคงไม่เร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้ออีกด้วย
ปัจจัยดังกล่าวหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,826.26 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน แม้ว่าราคาทองคำจะเผชิญกับแรงกดดันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอัตราผลตอบแทนผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับ 1.5037%, การทะยานขึ้นของสกุลเงินดิจิทัลนำโดย Bitcoin ที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 67,700 ดอลลาร์ และอีเธอร์ ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ตามมูลค่าตลาดพุ่งขึ้นแตะ 4,800 ดอลลาร์
รวมถึงถ้อยแถลงในเชิง Hawkish ของนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ที่ระบุว่า เฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีหน้า ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง
สำหรับวันนี้จับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด และนางแมรี ดาลี ประธานเฟดซานฟรานซิสโก
คำแนะนำ หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,809-1,803 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง สามารถรอขายทำกำไรบางส่วนบริเวณแนวต้าน 1,831-1,833 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าฝ่าไปได้ไม่ได้อาจมีแรงขายที่เพิ่มขึ้น
อ่านข่าวต้นฉบับ: บทวิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ (9 พ.ย.) โดย YLG Bullion
