ไปรษณีย์ไทย เผย ศักยภาพการจัดส่งสินค้ารองรับได้อีกมากกว่า 1 ล้านชิ้นต่อวัน เพียงพอรองรับการเพิ่มสัดส่วนสินค้าจากทุกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า บริการส่งด่วนของ ไปรษณีย์ไทย ยังคงเผชิญหน้ากับความกดดันจากการแข่งขัน ถึงแม้ว่าการค้าขายแบบอีคอมเมิร์ซจะเติบโตขึ้น แต่ส่วนแบ่งในการจัดส่งสินค้ายังน้อย ซึ่งตอนนี้ ไปรษณีย์ไทย มีความพร้อมรับสินค้าได้อีกมากกว่า 1 ล้านชิ้นต่อวัน และยังคงรักษาการนำรายได้จากส่วนนี้กลับเข้ามาพัฒนาและอุดหนุนโครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศ
“ในแง่ของราคาการบริการเราต้องยอมรับว่าเราไม่ใช่เจ้าที่ถูกที่สุด แต่ก็ไม่ได้สูงเกินไป ทั้งในการบริการเรารับรองในคุณภาพและความคุ้มค่า ซึ่งเป็นทางเลือกให้ผู้ใช้บริการได้เลือกได้”
ปัจจุบัน แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ประเภทอีมาร์เก็ตเพลส มีการเพิ่มทางเลือกในการจัดส่งสินค้า โดยใช้บริการไปรษณีย์ไทยได้แล้ว แต่เรายังรองรับได้อีกมากกว่า 1 ล้านชิ้นต่อวัน ซึ่งสามารถรองรับการเพิ่มสัดส่วนการจัดการขนส่งสินค้าจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซได้อีก
ก่อนหน้านี้ ดร.ดนันท์ เปิดเผยว่า ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2568 ที่มีรายได้รวม 11,544 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิกว่า 631 ล้านบาท โดยที่ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์เป็นกลุ่มที่สร้างรายได้สูงสุด คิดเป็น 46.83% ของรายได้ทั้งหมด ครึ่งปีแรกรายได้ในส่วนนี้เพิ่มขึ้น 11.56% และปริมาณชิ้นงานเพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา บริการ EMS ยังคงเป็นบริการที่ได้รับความนิยมสูงสุดและสร้างรายได้ถึง 43.31% ของรายได้รวมทั้งหมด
ขณะที่การแข่งขันด้านราคาที่เริ่มเมื่อ เมื่อ 4 ปีก่อน ตลาดโลจิสติกส์ในประเทศไทยเผชิญกับสถานการณ์ที่มีการแข่งขันด้านราคาสูงมาก การเติบโตของอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซ ทำให้มีผู้ให้บริการรายใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณงานของไปรษณีย์ไทยลดลง (อ่านบทสัมภาษณ์ Exclusive ได้ใน “คุยกับแม่ทัพ ‘ไปรษณีย์ไทย’ เปลี่ยนองค์กร 142 ปี ให้สดใสมัดใจ Gen Z”)
แต่ตอนนี้ เมื่อต้องเผชิญกับการแข่งขันด้าน “ราคา” สิ่งที่ “ไปรษณีย์ไทย” เลือกทำ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านปริมาณงานที่ลดลง คือการสร้างความเชื่อมั่นใน “แบรนด์” พยายามชูเรื่องระบบที่แข็งแรงกว่าผู้ให้บริการรายอื่น ๆ ที่มักเกิดปัญหาในการขนส่ง ควบคู่ไปกับการออกแบบประสบการณ์ลูกค้า (Customer Journey) แบบ End-to-End พร้อมผลักดันนโยบาย Zero Complain อุดข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้น ด้วยการเข้าไปแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าอย่างรวดเร็ว
ทิ้งท้ายด้วยว่า “สงครามส่งด่วน” ไม่มีทางจบ และมีแต่จะท้าทายขึ้น โดยเฉพาะการส่งด่วนใน 4 ชั่วโมง ที่เปลี่ยนจากเกมของ Hub & Spoke เป็นเกมของ Warehouse Network วัดพลังกันด้วยคลังสินค้าที่กระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ
นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการเพื่อลดการพึ่งพาการขนส่งสินค้าอย่างเดียว โดย ปักธง 2026 รุกร่วมทุน ‘ไปรษณีย์ไทย’ จะเป็น Tech Company ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเชื่อมรอยต่อระหว่างโครงข่ายขนส่งในโลกกายภาพกับบริการดิจิทัล (Digital Touch และ Physical Touch) สามารถให้บริการร่วมกันได้อย่าง “ไร้รอยต่อ”
ซึ่งจะมีการควบรวมแอปพลิเคชั่นเป็น Super app เดียว และใช้ระบบ N/ID (Network/Identity) หรือรหัสผู้ใช้งานเพื่อใช้แทนการจ่าหน้าซองที่ระบุชื่อ-ที่อยู่ชัดเจน ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ส่งและผู้รับ
อ่านข่าวต้นฉบับ: ไปรษณีย์ไทย พร้อมรับสินค้าได้อีกวันละ 1 ล้านชิ้น สู้ศึกอีคอมเมิร์ซ