มีความชัดเจนมากขึ้น เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเพจ “Anutin Charnvirakul” เมื่อ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา
บอกถึงแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลว่า พรรคภูมิใจไทย จะคุมงานอะไรบ้าง
ก่อนหน้านี้ มีการคาดการณ์ไปต่าง ๆ นานาว่า พรรคภูมิใจไทย ซึ่ง กกต.นับคะแนน 94% มีเข้าสภาถึง 193 เสียง จะยึดกระทรวงอะไรบ้าง
“นายกฯหนู” ตอบข้อสงสัยผ่านข้อความที่โพสต์ในเฟซบุ๊ก ลดความสับสนในเรื่องข่าวสารไปได้พอสมควร
ข้อความจากนายอนุทิน เริ่มต้นด้วยการขอบคุณประชาชนที่เลือกภูมิใจไทยเข้าสภาอย่างท่วมท้น 193 เสียง
ยืนยันจะเร่งจัดรัฐบาลทันที เมื่อ กกต.ประกาศผลของการเลือกตั้ง อย่างเป็นทางการ
ประเด็นสำคัญ คือ การอธิบายว่า พรรคภูมิใจไทยจะเข้าไปคุมงานกระทรวงไหนบ้าง แม้ไม่ได้บอกตรง ๆ แต่ก็ทำให้เข้าใจได้ว่า กระทรวงใดบ้างที่จะอยู่ภายใต้รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย
โดยนายกฯหนูระบุว่า พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบด้าน #การบริหารงานความมั่นคง ด้วยมาตรการทางการทูต และการทหาร และยืนยันที่จะปฏิบัติในทุกรูปแบบและทุกวิธีการ เพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตยของชาติ ตลอดจนเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศไทย
และสำหรับตัวผม ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด
#การปิดด่านชายแดน จะดำเนินต่อไป และจะเพิ่มความเข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างกำแพงความมั่นคงตามแนวชายแดน รวมถึง #การยกเลิก MOU44 เพื่อการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย
และเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชนที่มั่นใจในพรรคภูมิใจไทย
ผมและคุณสีหศักดิ์ (พวงเกตุแก้ว) สัญญาที่จะนำประเทศไทยกลับคืนสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ให้มีใครกล้ามาข่มเหง รังแก ข่มขู่ คุกคาม ทำให้คนไทยต้องรำคาญใจอีกต่อไป
และย้ำต่อไปว่า พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย นำเศรษฐกิจไทยที่ตกอยู่ในหล่มมายาวนาน ขึ้นมาจากหล่มให้ได้
การทำงานด้านเศรษฐกิจ จะต้องทำงานแบบมืออาชีพ เป็นทีมเดียวกัน คือ ทีมประเทศไทย ที่มีส่วนผสมหลัก คือ อนุทิน เอกนิติ ศุภจี สีหศักดิ์
ทุกพรรคการเมืองที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นทีมเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้พี่น้องประชาชน มีรายได้ดีขึ้น
ทั้งผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ท่องเที่ยว บริการ และอาชีพอิสระ
ทั้งหมดนี้จะอยู่ในนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา
ผมขอสัญญาว่าจะทำให้ทุกคะแนนที่ท่านมอบให้พรรคภูมิใจไทย มีคุณค่าสูงสุด และเป็นพลังที่จะพัฒนาประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ยั่งยืน
สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน
“มติชนออนไลน์” ได้นำเสนอบทสัมภาษณ์ ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช วิเคราะห์การสื่อสารของนายอนุทินว่า การที่พรรคภูมิใจไทยมี สส.จำนวนมากทำให้สถานะต่างจากรัฐบาลก่อนหน้า กำหนดทิศทางนโยบายหลักได้เอง ไม่ใช่เพียงประสานผลประโยชน์ การที่พรรคเดียวควบคุมทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคง ยังเอื้อต่อการกำหนดนโยบายแบบบูรณาการ ซึ่งที่ผ่านมามักทำได้ยาก เนื่องจากกลไกเศรษฐกิจ การค้า และความมั่นคงอยู่ต่างพรรค ต่างกระทรวง และต่างแนวคิด
โดยเฉพาะบริบทชายแดนที่ความมั่นคงไม่ได้จำกัดเพียงการทหาร แต่เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามแดน อาชญากรรมข้ามชาติ และเศรษฐกิจท้องถิ่น หากออกแบบนโยบายครบวงจรได้จริง ภายใต้การบริหารของพรรคเดียว อาจแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้มากกว่ามาตรการเฉพาะหน้า
ด้านเศรษฐกิจ
เป็นบททดสอบความสามารถในการบริหารรัฐทั้งระบบ การที่พรรคแกนนำกำกับดูแลกระทรวงหลักเองจะช่วยให้การขับเคลื่อนนโยบายมีเอกภาพ
ความสำเร็จของรัฐบาลอาจวัดได้จาก 3 ประเด็น คือ 1.รัฐบาลตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้นหรือไม่ 2.ระบบราชการขยับตามนโยบายหรือไม่ และ 3.ประชาชนรู้สึกถึงผลลัพธ์จริงหรือไม่
“ปีแรกของรัฐบาลจะเป็นตัวชี้ว่า ภูมิใจไทยจะถูกจดจำเพียงพรรคที่ชนะเลือกตั้ง หรือพรรคที่กำหนดทิศทางประเทศได้อย่างแท้จริง” ผศ.ดร.เชษฐาชี้
อ่านข่าวต้นฉบับ: คุมทั้ง ‘มั่นคง-เศรษฐกิจ’ ‘อนุทิน’ ชี้ทิศทางรัฐบาลใหม่