ผู้แทนจากองค์การการค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UN Trade and Development : UNCTAD) ได้แก่ ดร.อนาสตาเซีย เนสเวไทโลวา (Anastasia Nesvetailova) หัวหน้าสาขานโยบายเศรษฐกิจมหภาคและการพัฒนา และ ดร.นิโคลัส เมย์สเตร (Nicolas Maystre) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส จากกองยุทธศาสตร์โลกาภิวัตน์และการพัฒนา ร่วมกันวิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจโลกบนเวทีสัมมนาวิชาการจากรายงาน Trade and Development Report 2025 (TDR 2025) จัดโดยสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) ITD ร่วมกับ UNCTAD และหน่วยพันธมิตรอื่น ๆ ณ ห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ และผ่านระบบไฮบริด เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา
โดยชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญ “ความไม่สมดุลระหว่างการค้าและการเงิน” (Trade-Finance Asymmetry) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงเชิงระบบอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากการกระจุกตัวของเงินทุน การเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐเศรษฐกิจ และระดับหนี้สาธารณะของประเทศรายได้น้อยที่เพิ่มสูง โดยกว่า 35 จาก 68 ประเทศอยู่ในภาวะเสี่ยงหนี้ หรือภาวะจมอยู่กับหนี้
ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศยิ่งซ้ำเติมต้นทุนทางการเงิน ทำให้ประเทศเปราะบางต้องกู้เงินเพื่อฟื้นฟูจากภัยพิบัติ ส่งผลให้พื้นที่ทางการคลังลดลง และก่อให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่าง “หนี้-การเงิน-สภาพภูมิอากาศ” ซึ่งเป็นแหล่งความไม่เสถียรสำคัญของเศรษฐกิจโลกในอนาคต
ทั้งนี้ ผู้แทน UNCTAD เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปฏิรูประบบการเงินระหว่างประเทศให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการกำกับดูแลความเสี่ยงเชิงระบบต้องครอบคลุมภาคการเงินทั้งหมด รวมถึงสถาบันการเงินนอกระบบอย่าง “Shadow Banking” พร้อมเสริมประสิทธิภาพกลไกการปรับโครงสร้างหนี้ และเพิ่มบทบาทการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฉับพลัน ทั้งในด้านการลดผลกระทบ การปรับตัว และการชดเชยความเสียหาย
ในมิติของการค้าโลก ชี้ว่าการค้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเศรษฐกิจจริงเพียงอย่างเดียว แต่ยังถูกกำหนดโดยวงจรการเงินโลก (Global Financial Cycle) ผ่านสภาพคล่องทางการเงิน อัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงของตลาดการเงิน และนโยบายการเงินของประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐที่ส่งผลให้การค้าและการผลิตโลกชะลอตัว และเมื่อความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น ปริมาณการค้าโลกก็มีแนวโน้มลดลง
สำหรับแนวโน้มการค้าโลก คาดว่าการค้าโลกจะเติบโตประมาณ 4.4% ในปี 2025 แต่ในปี 2026 มีความเสี่ยงชะลอตัว โดยเฉพาะการค้าสินค้าจากแรงกดดันของมาตรการภาษี ความไม่แน่นอนทางการค้า และความผันผวนทางการเงิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจขนาดเล็กและประเทศรายได้น้อยมากที่สุด ขณะที่ภาคบริการมีแนวโน้มเติบโตดีกว่าการค้าสินค้า โดยปัจจัยหนุนระยะสั้นมาจากการเร่งนำเข้าสินค้าล่วงหน้าและการลงทุนด้านเทคโนโลยีและ AI
นอกจากนี้ UNCTAD ยังชี้ให้เห็น “ช่องว่างสำคัญ” ในการวิเคราะห์การค้าโลก ซึ่งมักละเลยมิติทางการเงิน โดย Trade Finance มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมช่วงเวลาระหว่างการส่งสินค้าและการชำระเงิน รวมถึงเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน ประกันความเสี่ยง และกลไกค้ำประกันทางการเงินที่ช่วยลดความไม่แน่นอนจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และตลาดการเงิน
ในด้านโครงสร้างเศรษฐกิจโลก แนวโน้มภูมิภาคนิยมใหม่ (New Regionalism) และการกระจายความเสี่ยงกำลังมีความท้าทายมากขึ้น เนื่องจากระบบการเงินมีบทบาทต่อการค้าเพิ่มสูงขึ้น โดยการพัฒนาตลาดทุนระดับภูมิภาค การบูรณาการทางการเงิน และระบบการเงินที่เข้มแข็ง จะช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมและกระตุ้นการลงทุนในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้แทน UNCTAD ยังเสนอให้ประเทศต่าง ๆ ดำเนินนโยบายแบบบูรณาการ (Holistic Policy Framework) เพื่อรับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยต้องเสริมสร้างรายได้ภาครัฐ ระบบการเงินภายในประเทศ ตลาดทุนระดับภูมิภาค และความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการเงินและสภาพภูมิอากาศ ควบคู่กับการใช้ข้อมูลเชิงลึกแบบข้ามภาคส่วน เพื่อระบุความเปราะบางของระบบการค้าโลก และเพิ่มการประสานนโยบายด้านการค้า การเงิน และการพัฒนา
“การทำให้การค้าเป็นระบบการเงินมากขึ้น จำเป็นต้องมีแนวทางการกำหนดนโยบายแบบบูรณาการข้ามภาคส่วน ข้อมูลที่ดีขึ้น และการประสานงานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นระหว่างประเทศ” ดร.อนาสตาเซีย เนสเวไทโลวา กล่าว
“การค้าและการผลิตทั่วโลกไม่ได้ถูกกำหนดโดยปัจจัยพื้นฐานแบบดั้งเดิมในด้านเศรษฐกิจจริง (เช่น ผลผลิตหรืออุปสงค์) เพียงอย่างเดียว การเปลี่ยนแปลงของสภาวะทางการเงินก็มีความสำคัญเช่นกัน” ดร.นิโคลัสกล่าว
ทั้งนี้ ประเทศกำลังพัฒนายังคงเผชิญความเปราะบางสูงจากความผันผวนทางการเงิน ความเสี่ยงค่าเงิน และความไม่แน่นอนด้านกฎการค้า โดยเฉพาะประเทศที่เปราะบางด้านภูมิอากาศซึ่งต้องแบกรับต้นทุนดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นว่าการค้า การเงิน และการพัฒนาต้องดำเนินควบคู่กัน และการปฏิรูประบบการเงินโลกถือเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้บริบทความเสี่ยงด้านภูมิรัฐเศรษฐกิจ การเงิน และสภาพภูมิอากาศที่ทวีความซับซ้อนมากขึ้นในเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน
ตอกย้ำว่า “การค้า การเงิน ภูมิรัฐศาสตร์ และสภาพภูมิอากาศ” เป็นปัจจัยที่เชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออกในระบบเศรษฐกิจโลกยุคใหม่
อ่านข่าวต้นฉบับ: ผู้แทน UNCTAD ฉายภาพเศรษฐกิจโลกเผชิญ ความไม่สมดุลการค้าและการเงิน