ส่องรายละเอียดดีลครั้งใหม่ “บางจาก” เข้าซื้อหุ้น “Chevron Hong Kong” กว่า 270 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดดีลจบกลางปี 2569 กับหมุดหมายการขยายธุรกิจพลังงานไทยสู่ต่างประเทศ
หากพูดถึง “บางจาก” หลายคนต่างคุ้นเคยในฐานะหนึ่งในบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของไทย ที่มีการเติบโตมากขึ้น ทั้งการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และการดำเนินธุรกิจด้านพลังงานสะอาด
และชื่อของ “บางจาก” เอง ก็เป็นที่พูดถึงอย่างมากในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการประกาศลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับบริษัท Chevron Companies (Greater China) Limited (CCGC) เพื่อเข้าถือหุ้นกิจการบริษัท Chevron Hong Kong Limited (CHK) ในสัดส่วน ร้อยละ 100 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอีกครั้งที่ดีลใหญ่ของบางจาก เป็นที่จับตามอง หลังจาก 3 ปีก่อน ได้เข้าซื้อกิจการ “เอสโซ่ (Esso)” ในประเทศไทย
การเข้าซื้อหุ้น Chevron Hong Kong สัดส่วน 100% ของบางจากในครั้งนี้ จะดำเนินการภายใต้ Bangchak Hong Kong Holding Limited (BHK Holding) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บางจากจัดตั้งขึ้นใหม่และถือหุ้นทั้งหมด 100% โดยเป็นการซื้อขายหุ้นกับ Chevron Companies (Greater China) Limited ประเมินมูลค่าเบื้องต้น ประมาณ 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยใช้แหล่งเงินทุนจากเงินกู้สถาบันการเงินและกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
โดยการลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น เสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าการโอนหุ้นและการชำระเงินจะเสร็จสิ้นภายในช่วงกลางปี 2569 และ Chevron Hong Kong Limited จะเปลี่ยนชื่อเป็น Bangchak Hong Kong Limited
สำหรับธุรกิจหลักของ Chevron Hong Kong นั้น ดำเนินธุรกิจด้านพลังงาน โดยมีธุรกิจน้ำมันค้าปลีก (แบรนด์ Caltex) ธุรกิจน้ำมันภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจน้ำมันเรือเดินสมุทร และคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือระดับมาตรฐานสากล
ทั้งนี้ Chevron Hong Kong เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการสถานีบริการหลักของตลาดน้ำมันฮ่องกง โดยมีสถานีบริการ 31 แห่ง ภายใต้แบรนด์ “คาลเท็กซ์ (Caltex)” กระจายครอบคลุมพื้นที่เขตเมืองและชานเมือง และมีส่วนแบ่งทางการตลาด ราว 19% (ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2025)
บางจาก ยังระบุในการนำเสนอการประชุมนักวิเคราะห์ ปี 2568 ว่า จากดีลครั้งนี้ คาดว่าจะสร้าง EBITDA ให้กับกลุ่มบริษัทบางจาก (รวมผลการดำเนินงานของ CHK และ Synergy ที่เกิดขึ้นภายในกลุ่ม) ได้ประมาณ 1,500-2,000 ล้านบาทต่อปี
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทบางจากเข้าซื้อหุ้นกิจการบริษัท Chevron Hong Kong Limited (CHK) ในสัดส่วน 100% เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะมีการชำระเงินในช่วงกลางปี 2569 นี้ โดยใช้แหล่งเงินทุนจากเงินกู้สถาบันการเงินและกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
ขณะที่ CHK จะทำการเปลี่ยนชื่อเป็น Bangchak Hong Kong Limited ซึ่งจะดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Caltex by Bangchak ทุกปั้มในฮ่องกง ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ จากนั้นจะทยอยเปลี่ยนป้ายชื่อ Bangchak ภายใน 2 ปี ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวเพื่อให้ลูกค้ารู้จักกับบางจากมากกว่านี้
การเข้าซื้อหุ้นของ Chevron Hong Kong ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ใหม่ ‘Accelerating Bangchak 100x’ ซึ่งบางจาก ตั้งเป้าเติบโตอย่างก้าวกระโดด มี EBITDA เพิ่มขึ้น 100% ภายในปี 2571
โดยหนึ่งในเรื่องสำคัญที่เกิดขึ้น คือ การปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว และเพื่อความชัดเจนในการดำเนินงาน จัดโครงสร้างธุรกิจใหม่เป็น 5 กลุ่มหลัก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569
กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด และพลังงานชีวภาพ (Refinery & Marketing and Biofuels)
กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน (Trading)
กลุ่มธุรกิจหลักใหม่ (new flagship) ถือเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ของบางจากฯ ที่ยกระดับจากบทบาทเดิมในการสนับสนุนโรงกลั่น สู่การเป็นธุรกิจหลักที่สร้างผลตอบแทน โดยมุ่งพัฒนาการซื้อขายพลังงานแบบมีสินทรัพย์รองรับ (asset-backed trading) ใช้ความได้เปรียบจากการมี โรงกลั่นน้ำมัน คลังน้ำมัน และระบบขนส่งที่ครอบคลุมเป็นฐานในการขยายตลาด ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงด้านราคาและปริมาณ ขยายทั้งปริมาณและมูลค่าการซื้อขายในประเทศและภูมิภาค
กลุ่มธุรกิจต้นน้ำ (Upstream)
ตั้งเป้าเป็นผู้ดำเนินธุรกิจแหล่งปิโตรเลียมระยะกลางชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยใช้ประสบการณ์ระดับสากลจากนอร์เวย์ บริหารแหล่งผลิตให้มีประสิทธิภาพ เสริมความคล่องตัวและกระแสเงินสดมั่นคง พร้อมพิจารณาการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและการเติบโตระยะยาว
กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน (Power and Infrastructure)
ต่อยอดพลังงานหมุนเวียนสู่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานยุทธศาสตร์ (Critical Infrastructure) ได้แก่ ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่ โดยตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA เป็น 7,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 ผ่านการบริหารพอร์ต เพื่อเพิ่มผลตอบแทนและหมุนเวียนทุน (Return & Capital Recycling)
กลุ่มธุรกิจใหม่และโฮลดิ้งส์ (New Businesses and Holdings)
มุ่งสร้างการเติบโตผ่านการขยายศักยภาพ ธุรกิจหลัก ทั้งด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ธุรกิจการกลั่นและการตลาด ควบคู่กับการลงทุนใหม่มูลค่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเตรียมพร้อมสู่อนาคต โดยเน้นการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน การสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่ทันสมัย และการพัฒนาพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่ อาทิ Bio-LNG, Nuclear Fusion, กรีนแอมโมเนีย และเชื้อเพลิงสังเคราะห์ ตลอดจนเทคโนโลยีชีวภาพและระบบแบตเตอรี่ เพื่อเสริมพลังให้ ธุรกิจหลัก ขยายโอกาสใหม่ และสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับกลุ่มบริษัทบางจาก
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานปี 2568 ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการถึง 507,570 ล้านบาทนั้น เป็นการเติบโตแบบทวีคูณหากเทียบกับช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดย EBITDA 35,753 ล้านบาท และกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 2,880 ล้านบาท (กำไรหลัก 10,240 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67 % จากปีก่อน) พร้อมรับรู้ Synergy รวม 7,300 ล้านบาท จากการผสานการทำงานของธุรกิจในกลุ่ม และการบริหารการผลิตที่มีประสิทธิภาพ
อ่านข่าวต้นฉบับ: แกะรายละเอียดดีลใหญ่ บางจาก ซื้อ Chevron Hong Kong