บล.เอเซีย พลัส เผยตลาดหุ้นไทยพุ่งแรงสุดในโลกรับกระแสเงินต่างชาติไหลเข้า จับตาความเสี่ยงปม “คิวอาร์โค้ด” เลือกตั้ง วิเคราะห์ 2 ฉากทัศน์ ชี้ชะตาการเมือง-เศรษฐกิจไทย
รายงานจากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยรายงานการวิเคราะห์ทิศทางตลาดทุน (Market Insight) ระบุว่า ช่วงนี้เป็นช่วง Global Rebalance ที่เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชียอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นแรงที่สุดในโลกถึง +8.3% ในช่วงหลังการเลือกตั้ง (9 ก.พ.- 18 ก.พ. 2569)
อย่างไรก็ดี หนทางสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ยังคงมีความท้าทาย โดยมีประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือ การฟ้องร้องกรณีการพิมพ์ “บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด” ลงบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่ระบุให้การลงคะแนนต้องเป็นความลับ ซึ่งช่วงปลายเดือน ก.พ. ถึงต้น มี.ค. 2569 จะเป็นช่วงเวลาสำคัญต่อคำวินิจฉัยของศาลที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุน โดย บล.เอเซีย พลัส ประเมินฉากทัศน์ (Scenario) ไว้ 2 แนวทาง ดังนี้:
• ฉากทัศน์ที่ 1: “เป็นโมฆะ” (หากตรวจสอบย้อนหลังได้) – หากพิสูจน์ได้ว่าระบบคิวอาร์โค้ดสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าผู้ใดเป็นคนลงคะแนน จะถือว่าขัดรัฐธรรมนูญและต้องจัดการ “เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ” ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะสุญญากาศทางการเมืองยืดเยื้อไปอีก 3-4 เดือน ส่งผลกระทบเชิงลบต่อตลาดหุ้น และทำให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุน รวมถึงกระทบการเบิกจ่ายงบประมาณ
• ฉากทัศน์ที่ 2: “รอด” (หากใช้แค่ยืนยันตัวตน) – หาก กกต. พิสูจน์ได้ว่าโค้ดดังกล่าวมีไว้เพื่อป้องกันการทุจริต เช่น บัตรผีหรือบัตรปลอม และไม่สามารถเชื่อมโยงกลับไปยังตัวบุคคลผู้ลงคะแนนได้ การเลือกตั้งจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดหุ้นตอบรับในเชิงบวกทันที เนื่องจากขจัดความเสี่ยงเรื่องสุญญากาศทางการเมือง และงบประมาณสามารถเบิกจ่ายได้ตามกำหนด
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘เอเซีย พลัส’ มอง 2 ฉากทัศน์ ชี้ชะตาการเมือง-เศรษฐกิจไทย ปม ‘คิวอาร์โค้ด’