“พระปกเกล้า” เปิดผลสำรวจ คนส่วนใหญ่รับรู้เรื่องการซื้อเสียง แบงค์ 500-1,000 บาท สูงถึง 76.8% ใต้-อีสาน สูงกว่า 60% ไม่พอใจการทำงานของ กตต. 40.8% ขณะที่ ปชช.มีแนวโน้มให้จัดการตั้งรัฐบาลผสม ภูมิใจไทย+เพื่อไทย+ประชาธิปัตย์ สูงถึง 28.5 %
เมื่อวันที่ 20 ก.พ. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบัน พระปกเกล้า ในฐานะผู้อํานวยการศูนย์ KPI Poll เปิดเผยว่า สถาบันพระปกเกล้า ได้สํารวจครั้งที่ 9 เรื่อง “การรับรู้ปัญหาซื้อเสียงของประชาชน และรัฐบาลที่อยากเห็นหลังเลือกตั้ง”
ทําการสํารวจ ระหว่างวันที่ 13-16 ก.พ. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จํานวน 2,000 ตัวอย่าง
บทสรุปสําคัญจากผลสํารวจ ดังนี้
1.คนส่วนใหญ่ รับรู้เรื่อง “ซื้อเสียง” ในเขตเลือกตั้งของตน
53.6% เคยได้ยินเรื่องการซื้อเสียงในเขตเลือกตั้งของตน
46.4% ไม่เคยได้ยิน
ถือว่าเรื่องการซื้อเสียงยังอยู่ใกล้ตัวประชาชนจํานวนมาก ขณะเดียวกันอีกเกือบครึ่งไม่เคยได้ยิน สะท้อน ว่า ความรับรู้เรื่องนี้ “ไม่เท่ากัน” ตามพื้นที่ เครือข่ายข่าวสาร ประสบการณ์ในชุมชน
2.ประชาชนได้ยินราคาซื้อเสียง “500–1,000 บาท” ครองสัดส่วนสูงสุด ระดับเงินที่รับรู้ว่าใช้ในการซื้อเสียงมากที่สุดในกลุ่มที่รับรู้
สะท้อนภาพจําของการซื้อเสียงว่า “ไม่ได้เป็นเงินก้อนใหญ่” การซื้อเสียง ในมุมประชาชน เป็นพฤติกรรมที่ “เข้าถึงง่าย ทําซ้ําได้” และอาจเกิดเป็นวงกว้างมากกว่าการทุ่มเงินสูงเป็นรายกรณี
3.การรับรู้เรื่องซื้อเสียงต่างกันมากตามพื้นที่ ใต้-อีสาน สูงกว่า 60% ขณะที่กรุงเทพฯ ได้ยินน้อยที่สุด ในกลุ่มคนที่ได้ยิน
ความต่างของสัดส่วนที่ได้ยินเรื่องซื้อเสียงระหว่างพื้นที่ค่อนข้างมาก สะท้อนว่า “บริบทพื้นที่” มีผล บางพื้นที่การเมืองท้องถิ่นเข้มข้น การแข่งขันสูง ข่าวสารหนาแน่น จึงทําให้เรื่องซื้อเสียงถูกพูดถึงมากกว่า ขณะที่บางพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่มีความเป็นเมืองสูง อาจไม่พบ หรือประชาชนไม่เชื่อมโยงว่าเป็นการซื้อเสียง จึงรับรู้น้อยกว่า
4.ผลงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปราบทุจริตยังไม่ชนะใจประชาชน โดยไม่พอใจเกือบครึ่ง
สะท้อนว่า ประชาชนยังต้องการเห็นการทํางานที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะ “ผลลัพธ์ที่จับต้องได้” ส่วนกลุ่ม “รู้สึกเฉยๆ” จํานวนมาก อาจสะท้อนว่าอีกส่วนของสังคมอาจยังไม่แน่ใจว่า กกต.ทําได้ผลแค่ไหน หรือยังไม่เห็นหลักฐานที่ชัดพอ
5.รูปแบบการจัดตั้งรัฐบาลแบบใดที่ชอบที่สุด ?
จากการสํารวจพบว่า คนจํานวน มาก “ยังไม่ถูกใจสูตรรัฐบาลแบบไหนเลย” แต่มีแนวโน้มไปที่ “สูตรผสมหลายพรรค” มากกว่า
ชี้ให้เห็นว่าประชาชนจํานวนมากยังรู้สึกว่า “สูตรการเมืองที่ถูกเสนอมา ไม่ตอบโจทย์” หรือ ยังไม่มั่นใจต่อทั้งความชอบธรรม เสถียรภาพ ทิศทางนโยบายของการจับขั้วต่างๆ เมื่อจําเป็นต้องเลือก คนจํานวนหนึ่ง ไปทาง “รัฐบาลผสมหลายพรรค” มากกว่า สะท้อนความคาดหวังอาจอยู่ที่ “การประนีประนอมเพื่อ เดินหน้า” แต่ก็ยังไม่ใช่คําตอบที่ทําให้คนส่วนใหญ่พอใจ
นายอิสระ ระบุว่า บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งนี้การสํารวจครั้งนี้สะท้อน 2 เรื่องใหญ่พร้อมกัน คือ ปัญหาซื้อเสียงยังเป็นความจริงที่ประชาชน จํานวนมากรับรู้ และมีลักษณะเป็นการให้ผลประโยชน์ระดับที่เข้าถึงได้ กระจุกที่ 500–1,000 บาท โดยการรับรู้เข้มข้นต่างไปตามพื้นที่ และความเชื่อมั่นต่อการคุมเกมความสุจริตเที่ยงธรรมยังเป็นโจทย์สําคัญ เพราะประชาชนกลุ่ม “ไม่พอใจ” ต่อบทบาทการปราบทุจริตของ กกต.มีมากกว่ากลุ่ม “พอใจ”
ขณะเดียวกัน ในมิติการเมืองหลังเลือกตั้ง ประชาชนจํานวนมากยัง “ไม่ลงตัว” กับสูตรจัดตั้งรัฐบาลที่เสนอในสื่อ แม้ กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการไปแล้วก็ตาม แต่ภาพรวมการ
สํารวจนี้ สะท้อนบรรยากาศที่สังคมต้องการทั้งการเลือกตั้งที่โปร่งใส อย่างจับต้องได้ และต้องการการเมืองหลังเลือกตั้งที่ตอบโจทย์ประชาชนจริงมากกว่าเกมต่อรองอํานาจตามสูตรการเมืองเพียงอย่างเดียว
อ่านข่าวต้นฉบับ: พระปกเกล้า เปิดผลสำรวจคนไทยรู้เรื่องซื้อเสียง สูง 76.8% – ผิดหวัง กกต. 41%