มาตรการภาษีศุลกากรของทรัมป์ส่งผลให้สหรัฐขาดดุลการค้ากับจีนต่ำสุดในรอบ 21 ปี
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า สหรัฐขาดดุลการค้ากับจีนลดลงในปี 2025 เหลือต่ำที่สุดในรอบกว่าสองทศวรรษ ขณะเดียวกันก็เพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์กับเม็กซิโกและเวียดนาม เนื่องจากมาตรการภาษีนำเข้าครั้งใหญ่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปลี่ยนแปลงระบบการค้าโลก
ตามข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อ 19 กุมภาพันธ์ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐระบุว่า การขาดดุลการค้ากับจีนอยู่ที่ประมาณ 202,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 6.2 ล้านล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว เมื่อเปรียบเทียบปี 2002 สหรัฐขาดดุลการค้าจีนอยู่ที่ 103,060 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ราว 3.2 ล้านล้านบาท)
ดุลการค้าของจีนกับสหรัฐลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่สมัยแรกของทรัมป์ ซึ่งสงครามการค้าระหว่างสองประเทศทำให้จีนต้องเปลี่ยนเส้นทางการส่งออกผ่านประเทศที่สามมากขึ้น รวมถึงการใช้เส้นทางผ่านเม็กซิโกและเวียดนาม
ขณะเดียวกัน ดุลการค้าเกินดุลของแคนาดากับสหรัฐก็ลดลงเช่นกัน เนื่องจากการขนส่งสินค้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก แม้จะมีข้อตกลงการค้าเสรีที่สหรัฐทำร่วมกับเม็กซิโก แคนาดา (USMCA) ที่ทรัมป์เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านในอเมริกาเหนือในช่วงวาระแรก
อย่างไรก็ดี สำหรับไต้หวัน เกินดุลการค้าสหรัฐเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าเมื่อปีที่แล้ว จากการนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งส่วนใหญ่เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื่องจากผู้ส่งออกได้รับประโยชน์จากการยกเว้นภาษี
ทรัมป์ใช้มาตรการภาษีการค้าในสมัยที่สอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการลดการพึ่งพาสินค้าต่างประเทศ ส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศ และแก้ไขปัญหาการจ้างงานในภาคการผลิตที่ลดลงมานานหลายทศวรรษ
ตามข้อมูลของ Bloomberg Economics อัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐในปัจจุบันอยู่ที่ 13.6% ซึ่งสูงกว่าช่วงใดๆ ก่อนปี 2025 หรือนับตั้งแต่ทศวรรษ 1940
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘ภาษีทรัมป์’ เห็นผล สหรัฐขาดดุลการค้าจีนต่ำสุด ครั้งประวัติศาสตร์รอบ 21 ปี