บริษัทประกัน เผยกำลังพิจารณาปรับพอร์ตลงทุน โฟกัสหุ้นไทยมากขึ้น ขานรับนโยบาย คปภ. ปรับลด Risk Charge จาก 25% เหลือ 18% ทยอยส่งแผนลงทุนใหม่ให้ คปภ. พิจารณาภายในเดือน มี.ค.นี้
นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) กล่าวว่า จากที่ทางสำนักงาน คปภ.ได้ปรับลดค่าความเสี่ยง (Risk Charge) ในการลงทุนหุ้นสำหรับบริษัทประกัน จาก 25% เหลือ 18% ตั้งแต่ปลายปี 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้จะมีเม็ดเงินลงทุนจากบริษัทประกันสามารถลงทุนในตลาดหุ้นได้เพิ่มขึ้นกว่า 2 แสนล้านบาท ขณะนี้ สำนักงาน คปภ.อยู่ระหว่างให้บริษัทประกันภัยทุกแห่ง ส่งแผนการลงทุนในปี 2569 มาให้พิจารณา
โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินจากสินทรัพย์ของบริษัทประกันทั้งหมด แต่การลงทุนจริงขึ้นอยู่กับบริษัทประกัน ซึ่งจะต้องเสนอแผนการลงทุนมาให้สำนักงาน คปภ.พิจารณา ภายในเดือน มี.ค.นี้
สำหรับเหตุผลของการปรับ Risk Charge ก็เพื่อให้เป็นปัจจุบัน เพราะ Risk Charge ควรปรับให้เป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ ว่ามีความเสี่ยงอะไร เท่าไหร่ ขณะที่ของเดิมใช้มา 6 ปีแล้ว
นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า การผ่อนคลายเกณฑ์ Risk Charge ลงทุนหุ้นของ คปภ.นั้น ปัจจุบันธุรกิจประกันลงทุนในหุ้นประมาณ 8% ของพอร์ต เพราะจะต้องดูความสอดคล้องแต่ละผลิตภัณฑ์ รวมถึงดูโอกาสการเติบโตและความสามารถในการทำกำไรในหุ้นด้วย ซึ่งจะต้องพิจารณาเป็นรายบริษัท ขึ้นกับความเสี่ยงที่รับได้ของแต่ละบริษัท
โดยที่ผ่านมา คปภ.มีการขยับเกณฑ์ Risk Charge ให้บริษัทประกันสามารถลงทุนได้หลากหลายมากขึ้น ทั้งโทเค็นดิจิทัล ตราสารหนี้แฝงอนุพันธ์ (Derivative) ตราสารหนี้นอกตลาด (Private Credit) และกองทุน Hedge Fund เป็นต้น
ขณะที่นางสาวยุวดี เฉลิมศรีภิญโญรัช รองกรรมการผู้จัดการ บริหารการเงิน บริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) กล่าวว่า การปรับลด Risk Charge ลงทุนหุ้น เป็นนโยบายที่เข้ามาในจังหวะที่เหมาะสมและดีพอสมควร เพราะหลังการเลือกตั้ง พบว่าแนวโน้มตลาดหุ้นไทยส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 2 เดือนก่อนหน้า
“เป็นโอกาสที่ดีในการลงทุน ในส่วนของบริษัทมีความสนใจและตั้งใจจะขยายการลงทุนในหุ้นอยู่แล้ว ซึ่งไม่ได้ลงทุนเฉพาะตลาดหุ้นไทย แต่กระจายลงทุนไปยังหุ้นต่างประเทศมากขึ้น ปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตลงทุนอยู่ 5.75 หมื่นล้านบาท สัดส่วนลงทุนในหุ้นไทยอยู่แค่ 2% ที่เหลือเป็นพันธบัตรรัฐบาลราว 85% หุ้นกู้เอกชน 5% และอีกประมาณ 8% จะเป็นเงินกู้กรมธรรม์ เงินฝาก และอื่น ๆ ซึ่งตั้งเป้าว่าภายใน 2-3 ปี จะปรับลดสัดส่วนลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลลง แล้วไปเพิ่มลงทุนในหุ้นให้เป็น 7%”
อ่านข่าวต้นฉบับ: บริษัทประกันรับลูก คปภ. ลด Risk Charge จ่อปรับพอร์ต 2 แสนล้าน ลงทุนหุ้น