สศช. ชี้ปี’68 คนไทยว่างงานเพิ่มขึ้น 0.81% จ้างงานภาคเกษตรลดลงรอฤดูกาลเพาะปลูกใหม่ ขณะที่ชั่วโมงการทำงานทรงตัว ภาคเอกชน “โอที” ลดลง ยอมรับ FDI ทะลักแต่ยังมีข้อจำกัดที่จะสร้างงานที่มีคุณภาพสูงให้กับคนไทย เผยผลสำรวจแรงงานวิตกกลัวถูก AI แย่งงาน
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ในไตรมาส 4 ปี 2568 การจ้างงานปรับตัวลดลงประมาณ 0.9% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า โดยมีจำนวนผู้มีงานทำทั้งสิ้น 39.8 ล้านคน ขณะที่ทั้งปี 2568 ลดลง 0.5% ขณะที่อัตราการว่างงานปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.7% ในไตรมาส 4 ปี 2568 และทั้งปี 2568 เพิ่มขึ้น 0.81%
“จำนวนแรงงานที่ลดลง อยู่ในภาคการเกษตร ซึ่งในไตรมาส 4 มีแรงงานอยู่ประมาณ 11.5 ล้านคน ลดลงไป 3.4% ส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่รอฤดูกาลเพาะปลูก ขณะที่การจ้างงานนอกภาคเกษตรปรับตัวดีขึ้น 0.2% โดยอยู่ที่ 28.3 ล้านคน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขึ้นของแรงงานในหมวดการขนส่งและเก็บสินค้าเพิ่มมากสุดประมาณ 3.2%”
ขณะที่ชั่วโมงการทำงานยังทรงตัว ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก ภาพรวมอยู่ที่ 42.9 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่วนภาคเอกชนจะอยู่ที่ประมาณ 47.3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยผู้ทำงานล่วงเวลา (O/T) ลดลงประมาณ 5.7% ขณะที่ผู้ทำงานต่ำระดับลดลงค่อนข้างมากถึง 34.4%
ด้านค่าจ้างแรงงานในไตรมาส 4 ปี 2568 โดยรวมอยู่ที่ 15,882 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งลูกจ้างในระบบค่าจ้างเพิ่มขึ้น 1.1% ส่วนกลุ่มอาชีพอิสระรายได้ลดลงประมาณ 1.5%
“โดยรวมปี 2568 ข้อดีคือ ผู้ทำงานต่ำระดับลดลง ขณะที่ผู้ว่างงานปรับตัวลดลง 21.7% ตอนนี้มีผู้ว่างงานอยู่ทั้งหมด 2.8 แสนคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่เคยทำงานมาก่อน 1.44 แสนคน ลดลงประมาณ 19.7% ขณะที่กลุ่มที่เคยทำงานมาก่อนอยู่ที่ 1.36 แสนคน ลดลง 23.7% ทำให้อัตราการว่างงานโดยรวมของปี 2568 ปรับตัวลดลง”
นายดนุชากล่าวว่า เมื่อดูอัตราการว่างงานในระบบประกันสังคม พบว่ามีการปรับตัวลดลง โดยอยู่ที่ 1.78% ในไตรมาส 4 คิดเป็นจำนวนผู้ว่างงาน 2.17 แสนคน ในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ถูกเลิกจ้าง 18.9% ด้านผู้ว่างงานระยะยาว อยู่ที่ 5.8 หมื่นคน ลดลง 14.4%
“ภาพรวมในปี 2568 มีกำลังแรงงานทั้งหมด 40.2 ล้านคน ลดลง 0.3% แต่อัตราการมีงานทำเกือบ 100% อยู่ที่ 99.1% โดยผู้มีงานทำลดลงประมาณ 0.5% โดยเฉพาะในภาคเกษตรที่ลดลง 2.6% ขณะที่ผู้ว่างงานทั้งปีอยู่ที่ 3.3 แสนคน ลดลง 18.5%”
เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า ประเด็นเรื่องแรงงานที่ต้องให้ความสำคัญในช่วงถัดไป ก็คือ ที่ผ่านมาประเทศไทยมีเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) เข้ามามาก แต่อาจจะยังมีข้อจำกัดในเรื่องการที่จะสร้างงานที่มีคุณภาพสูงให้กับคนไทย ซึ่งก็เป็นข้อจำกัดของแรงงานไทยที่อาจจะต้องมีการพัฒนาด้านทักษะ เพื่อให้ตรงกับอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่เข้ามา และความเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่เข้ามากับภาคธุรกิจของไทยที่อาจจะยังเชื่อมโยงกันไม่มากนัก
“หากสร้างความเชื่อมโยงกันได้ จะทำให้กำลังแรงงานของเรามีศักยภาพสูงขึ้น และสามารถที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศได้ในระยะยาว”
อย่างไรก็ดี ขณะนี้แรงงานเริ่มมีความรู้สึกถึงความไม่มั่นคงในการทำงาน จากบทบาทของ AI ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งผลสำรวจของภาคเอกชนในปีที่แล้ว พบว่า ประมาณ 41% ของแรงงานรู้สึกว่าไม่ค่อยมั่นคง/ความมั่นคงในการทำงานลดลง และอีก 26% มีความกังวลว่าอาจจะตกงานในอีก 6 เดือนข้างหน้า
ขณะที่ผลสำรวจของ PWC Thailand Hopes and Fears Survey 2025 พบว่าแม้ว่าแรงงานไทยจะมีการใช้ AI สูงถึง 72% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก (54%) แต่ประมาณ 24% รู้สึกกังวลมากว่า AI จะเข้ามาทดแทนบทบาทการทำงาน ขณะที่อีก 11% รู้สึกว่าควบคุมผลกระทบการทำงานได้น้อยหรือไม่ได้เลย
“ดังนั้น ทางภาคธุรกิจอาจจะต้องมีการดูในเรื่องนี้มากขึ้น เพื่อทำให้คนทำงานคลายความกังวล เรื่องพวกนี้ลง” เลขาธิการ สศช.กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับ: สศช. ชี้ปี’68 คนไทยว่างงานเพิ่มขึ้น 0.81%-โอทีลดลง แรงงานวิตกกลัวถูก AI แย่งงาน