จีนเล็งสร้างฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการค้าทองคำ โดยรัฐบาลเพิ่งฮ่องกงก่อตั้งบริษัทเคลียริ่งทองคำ ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ปูทางให้นักลงทุนจีนซื้อขายทองคำและขยายธุรกิจเหมืองทองคำไปต่างประเทศสะดวกขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นความพยายามเพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติ
นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า จีนใช้ฮ่องกงเพื่อขยายอิทธิพลเหนือตลาดทองคำ โดยการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการซื้อขายเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่บริษัทเหมืองแร่ก็ใช้ตลาดหุ้นของฮ่องกงเพื่อระดมทุนสำหรับการขยายธุรกิจในต่างประเทศ
เมื่อเร็ว ๆ นี้ รัฐบาลฮ่องกงตั้ง Hong Kong Precious Metals Central Clearing ซึ่งเป็นบริษัทที่รัฐเป็นเจ้าของทั้งหมด ทำหน้าที่เคลียริ่งทองคำและโลหะมีค่า โดยจะเริ่มดำเนินการในรูปแบบทดลองในปีนี้ อีกทั้งรัฐบาลยังตั้งเป้าที่จะขยายคลังเก็บทองคำของฮ่องกงให้มากกว่า 2,000 ตันภายในสามปี และวางแผนทำงานร่วมกับตลาดทองคำเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Gold Exchange) อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นด้วย
จีนเป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่ราคาทองคำในตลาดโลกส่วนใหญ่ถูกกำหนดโดยตลาดทองคำลอนดอนและตลาดซื้อขายล่วงหน้านิวยอร์ก ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นอยู่แล้ว และทางการจีนหวังที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นี้
นายโจเซฟ ชาน โฮ-ลิม รองเลขาธิการฝ่ายบริการทางการเงินและคลังฮ่องกง กล่าวในการปราศรัยเนื่องในวันตรุษจีนเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ ตลาดซื้อขายทองคำฮ่องกง ว่าจะขยายส่วนแบ่งการตลาดและอิทธิพลของจีนต่อราคาทองคำในตลาดโลก
โครงสร้างพื้นฐานที่วางแผนไว้จะปูทางให้นักลงทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่สามารถซื้อขายและเก็บรักษาทองคำในฮ่องกงได้ ซึ่งอาจดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาด้วย และหากฮ่องกงกลายเป็นตลาดทองคำที่มั่นคง ประเทศในเอเชียจะประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ เมื่อเทียบกับการจัดการส่งมอบในลอนดอน
ควบคู่ไปกับความพยายามเหล่านี้ บริษัท Zijin Gold International ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของ Zijin Mining Group หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดของจีนแผ่นดินใหญ่ กำลังขยายธุรกิจไปต่างประเทศ โดยประกาศแผนในเดือนมกราคมเข้าซื้อกิจการ Allied Gold ของแคนาดาในราคา 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.23 แสนล้านบาท) และจะทำให้ได้ส่วนแบ่งโครงการต่าง ๆ ในเอธิโอเปียและมาลี
ตลาดหุ้นฮ่องกงทำหน้าที่ขับเคลื่อนการขยายธุรกิจไปต่างประเทศผ่านการระดมทุน โดย Zijin Gold ระดมทุนได้ 3.58 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1 แสนล้านบาท) ผ่านการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) ในเดือนกันยายน ส่วนบริษัท Chifeng Jilong Gold Mining ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองทองคำเอกชนที่ใหญ่ที่สุดของจีน เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเพื่อระดมทุนสำหรับเหมืองในลาวและกานา
วิสัยทัศน์ของรัฐบาลจีนในการทำให้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการค้าทองคำกำลังหนุนราคาหุ้นของบริษัทเหล่านี้ และราคาหุ้นที่สูงขึ้นจะช่วยให้บริษัทเติบโตและขยายธุรกิจไปต่างประเทศได้
ภูมิรัฐศาสตร์ยังอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังการประสานงานระหว่างภาครัฐและเอกชนในการเข้าซื้อสิทธิ์การทำเหมืองทองคำ รวมถึงการซื้อขายทองคำในประเทศจีน โดย โคอิจิโร คาเมอิ ผู้อำนวยการสถาบัน Market Strategy Institute ในญี่ปุ่น ระบุว่า บรรดาประเทศเกิดใหม่ได้เห็นแล้วว่า กลุ่มประเทศตะวันตกอายัดสินทรัพย์ของรัสเซียหลังการรุกรานยูเครน จึงเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อเก็บรักษาทองคำสำรองของตนไว้ภายในพรมแดนประเทศตัวเอง
ธนาคารกลางจีนเพิ่มปริมาณทองคำสำรองติดต่อกัน 15 เดือนจนถึงเดือนมกราคม 2026 และลดสัดส่วนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์
BofA Securities แผนกธนาคารเพื่อธุรกิจและเพื่อการลงทุนของ Bank of America Corporation (BofA) ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการระดมทุนมองว่า ธนาคารกลางจีนยังมีช่องว่างอีกมากในการซื้อทองคำเพิ่ม อาจกลายเป็นแรงหนุนที่ช่วยประคองให้ราคา ซึ่งขณะนี้อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 5,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ (ราว 155,000 บาท) ยังคงรักษาตัวอยู่ในระดับสูงต่อไปได้
อ่านข่าวต้นฉบับ: จีนเล็งปั้นฮ่องกง ศูนย์กลางการค้าทองคำ-ระดมทุนกิจการเหมือง