ธปท.เผยภาวะเศรษฐกิจเดือนมกราคมขยายตัวดี อานิสงส์ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์-ลงทุนรับ EV 3.0 ท่องเที่ยวฟื้น ชี้มองไปข้างหน้าคาดเศรษฐกิจไตรมาสที่ 1/69 ชะลอตัวจากไตรมาสที่ 4/68 ด้านเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนตามค่าเงินดอลลาร์-ทองคำ การใช้จ่ายรัฐบาลเพิ่ม 5.8% รับการจัดการเลือกตั้ง-เงินบำนาญ จับตา นโยบายการค้าสหรัฐ-สงครามภูมิรัฐศาสตร์ปะทุ-งบประมาณ-มาตรการภาครัฐ
นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยเดือนมกราคม 2569 ขยายตัวจากเดือนก่อน แต่แนวโน้มในระยะต่อไปเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตแต่ในอัตราที่ชะลอตัวลง โดย ธปท.คาดว่าภาพรวมเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 1/2569 จะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4/2568 เนื่องจากมีเครื่องชี้วัดบางตัวปรับลดลง
“แนวโน้มเศรษฐกิจระยะต่อไป เศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตชะลอลง หลังจากมีการเร่งชั่วคราวจากมาตรการภาครัฐ และมาตรการ EV 3.0 แต่ปัจจัยต่างประเทศยังฟื้นตัวได้ดี แต่ต้องจับ 3-4 เรื่อง คือ นโยบายการค้าสหรัฐ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว สภาพคล่องและความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจ และงบประมาณและมาตรการภาครัฐที่จะออกมา แต่โดยภาพรวมไตรมาสที่ 1/69 เรามองชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้า”
หากดูตัวเลขการส่งออกในเดือนมกราคม 2569 ปรับเพิ่มขึ้น 7% มาจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไปสหรัฐ แผงวงจรไปยุโรป และปิโตรเคมีไปสิงคโปร์ โดยสอดคล้องกับการลงทุนทางด้าน AI และ Data Center ส่วนการส่งออกสินค้าเกษตร เครื่องใช้ไฟฟ้าปรับลดลง เนื่องจากมีสินค้าคงคลังสูง ทั้งนี้ หากดูดัชนีภาคการผลิต พบว่า ทรงตัว 0% ส่วนหนึ่งมาจากแรงกดดันจากการแข่งขัน
ขณะที่ภาคการบริโภคเอกชน ปรับลดลง 1.0% จาก 2.3% ซึ่งเป็นไปตามคาดการณ์ภายหลังจากหมดมาตรการคนละครึ่งพลัส และเที่ยวดีมีคืน หากดูความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับเพิ่มขึ้นตามความคาดหวังจากการเลือกตั้ง และรัฐบาลใหม่ แต่ยังคงมีความกังวลในเรื่องของค่าครองชีพ
และการลงทุนภาคเอกชน ปรับเพิ่มขึ้น 2.7% มาจากเครื่องจักรและอุปกรณ์ และหมวดยานพาหนะผลมาจากมาตรการ EV 3.0 ที่ขยายเวลาลงทะเบียนถึงสิ้นเดือนมกราคม หมวดการก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากโรงแรม และอาคารพาณิชย์ ที่ไม่ใช่หมวดที่อยู่อาศัย
ส่วนภาคการท่องเที่ยวปรับดีขึ้นทั้งในแง่จำนวนนักท่องเที่ยวและรายรับ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนมกราคมอยู่ที่ 3.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4.8% และสร้างรายรับในรูปเงินบาทเพิ่มขึ้น 9% ทั้งนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาจากนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short Haul) เช่น มาเลเซีย ที่ฟื้นตัวขึ้นหลังจากน้ำท่วมภาคใต้คลี่คลายลง และนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long Haul) เช่น สหรัฐ และอังกฤษ เป็นต้น หากดูภาพรวมนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่ต้นปี-2 กุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่เกือบ 6 ล้านคน
การใช้จ่ายภาครัฐปรับลดลง หากดูรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางชะลอตัวลง หลังมีการเร่งเบิกจ่ายตามงบประมาณเลื่อมปีของงบประมาณปี 2568 และรายจ่ายลงทุนรัฐวิสาหกิจหดตัว -28.6% เป็นไปตามแผนลงทุนของ ร.ฟ.ท.ลดลงเป็นสำคัญ รายจ่ายรัฐบาลเพิ่มขึ้น 5.8% ตามการจัดการเลือกตั้ง และบำนาญ หากตัดการจัดการเลือกตั้งยังขยายตัวอยู่ที่ 1.4%
ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลง 7,000 ล้านดอลลาร์ จากดุลการค้าขาดดุลตามการนำเข้าวัตถุดิบ และสินค้าขั้นกลาง ดุลบัญชีบริการและเงินโอนปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งมาจากรายรับนักท่องเที่ยว
ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้น มาจากพลังงานและอาหารสดในฝั่งอุปทาน โดยเงินเฟ่อทั่วไป -0.66% จากเดือนก่อน -0.28% มาจากอาหารสดทรงตัว 0% จากเดือนก่อน 1.2% เป็นผลมาจากราคาผักปรับลดลง พลังงาน -8.4% จาก 7% ตามราคาน้ำมันและค่าไฟลดลง ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานทรงตัว 0.60% จากเดือนก่อน 0.59% มีการปรับราคาขึ้นตามราคารถยนต์
สำหรับค่าเงินบาท จะเห็นว่ามีความผันผวนตั้งแต่ต้นปี โดยเดือนมกราคมเงินบาทแข็งค่าจากเดือนก่อน และเดือนกุมภาพันธ์เงินบาททรงตัว ทั้งนี้ ปัจจัยเคลื่อนไหวของเงินบาทมาจากปัจจัยต่างประเทศ ทั้งความไม่แน่นอนทางการค้าสหรัฐ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ปะทุ และนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งนักลงทุนปรับตามตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงเวลานั้น
ขณะเดียวกันเงินบาทยังได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายในประเทศ และทองคำ อย่างไรก็ดี หากดูดัชนีค่าเงินบาทเทียบคู่ค้าคู่แข่ง (NEER) เดือนมกราคมเงินบาทแข็งค่าเล็กน้อย และพลิกกลับมาอ่อนค่าในเดือนกุมภาพันธ์ โดยเงินบาทผันผวนสอดคล้องประเทศอื่น
“เงินบาทเคลื่อนไหวแข็งค่า มาจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะค่าเงินดอลลาร์ เป็นสำคัญ ซึ่ง ธปท.ได้มีการเข้าไปดูแลเพื่อลดความผันผวน ไม่ได้เข้าไปดูแลเพื่อให้เปรียบคนอื่น โดย ธปท.มีการติดตามใกล้ชิด แต่ไม่สามารถบอกตัวเลขการเข้าไปดูแล แต่ติดตามใกล้ชิดในเรื่องของการเข้าไปอยู่ในรายชื่อแทรกแซงค่าเงิน”
อ่านข่าวต้นฉบับ: ธปท.ชี้เศรษฐกิจ ม.ค. ขยายตัว ส่งออก-ท่องเที่ยวฟื้น จับตา Q1/69 ส่อแผ่ว