เปิดตัวแล้วกับ “Galaxy S26 Series” AI Phone แฟลกชิปรุ่นใหม่ของ “ซัมซุง” (Samsung)
รอบนี้มาพร้อม 3 รุ่นย่อยเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็น Galaxy S26, Galaxy S26+ และ Galaxy S26 Ultra แม้จะมาช้ากว่าไทม์ไลน์การเปิดตัวตามรอบราว ๆ 1 เดือน แต่ก็มีการอัพเกรดใหญ่ ๆ ที่น่าจะทำให้สาวก S Series ไม่ผิดหวัง โดยเฉพาะคนที่ใช้รุ่น “Ultra” อยู่แล้ว
Galaxy S26 Ultra ไม่ได้มีแค่การอัพเกรดในระดับซอฟต์แวร์ หรือเพิ่มความเก่งกาจของฟีเจอร์ Galaxy AI เท่านั้น แต่ยังมีการอัพเกรดในระดับฮาร์ดแวร์ ไม่ว่าจะเป็นชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 ที่มีการยกระดับทั้ง CPU, GPU และ NPU เพื่อรองรับประสบการณ์การใช้งานที่รวดเร็ว ลื่นไหล และต่อเนื่อง
“กล้อง” ที่ถือเป็นไฮไลต์ก็มาพร้อมรูรับแสงที่กว้างขึ้น ช่วยให้แสงเข้าสู่เซ็นเซอร์ได้มากกว่าเดิม มอบภาพถ่ายที่คมชัดและเก็บรายละเอียดได้ดีขึ้นในสภาพแสงน้อย รวมถึงยังใช้เทคโนโลยีจอภาพแบบใหม่ “Privacy Display” มายกระดับการใช้งานให้มีความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกในอุตสาหกรรมที่มีการติดตั้งจอภาพ Privacy Display ในตัว
ถือเป็นการเปิดตัวนวัตกรรมจอภาพใหม่ในรอบ 5 ปี ตั้งแต่เปิดตัวสมาร์ทโฟนจอพับ “Galaxy Z Fold/Z Flip” เมื่อปี 2020
เบื้องหลังการทำงานของ Privacy Display ที่มีนิกเนมแบบเก๋ ๆ ว่า “จอกันเผือก” คือผสานการทำงานของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เป็นหนึ่งเดียว เพื่อควบคุมทิศทางการกระจายแสงของพิกเซลอย่างแม่นยำ หน้าจอจึงสามารถแสดงผลได้อย่างคมชัด สว่าง และปกป้องความเป็นส่วนตัวโดยไม่ลดทอนประสบการณ์การรับชม
การที่ Privacy Display ผสานอยู่ในตัวเครื่องจะสามารถคงคุณภาพการแสดงผลได้เต็มประสิทธิภาพจากทุกมุมมองเมื่อปิดการทำงาน และเมื่อเปิดใช้งานจะจำกัดการมองเห็นจากมุมด้านข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการใช้งานทั้งแนวตั้งและแนวนอนซึ่งต่างจากฟิล์มกันมองแบบติดทับทั่วไป
โดยผู้ใช้สามารถกำหนดเงื่อนไขการเปิดใช้งานได้ตามต้องการ เช่น ขณะป้อนรหัส PIN และรหัสผ่าน หรือเมื่อเปิดแอปพลิเคชั่นที่เลือกไว้ พร้อมทั้งปรับระดับความเป็นส่วนตัวให้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์
หรือฟีเจอร์ Partial Screen Privacy จะจำกัดการมองเห็นเฉพาะบางส่วนของหน้าจอ เช่น การแจ้งเตือนแบบพ็อปอัป ขณะที่โหมด Maximum Privacy Protection จะเพิ่มการป้องกันมุมมองด้านข้างให้รัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อความเป็นส่วนตัวในระดับสูงสุด
แน่นอนว่าความสามารถที่มากขึ้น ย่อมมาพร้อมราคาที่ “พรีเมี่ยม” ขึ้นด้วย แม้รุ่นเริ่มต้นความจุ 256GB จะเปิดตัวที่ราคา 46,900 บาท เท่ากับตอนที่ Galaxy S25 Ultra เปิดตัว แต่ในรุ่น 512GB เปิดตัวที่ 54,900 บาท และรุ่น 1TB ราคา 66,900 บาท สูงกว่ารุ่นก่อนหน้า 2,000 บาท และ 4,000 บาท ตามลำดับ
น่าลุ้นว่านวัตกรรมจอภาพแบบใหม่ ที่ซัมซุงชูเป็นจุดขายของ “แฟลกชิป” ในปีนี้ จะช่วยกระตุ้นยอดขาย และรอบการเปลี่ยนอุปกรณ์ของผู้บริโภคท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจได้มากน้อยแค่ไหน ?
อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘จอกันเผือก’ ลูกเล่นใหม่ Galaxy S26 Ultra
