กต. แถลงเกาะติดวิกฤตตะวันออกกลาง ยืนยันคนไทยปลอดภัย เตรียมถก สมช. วางแผนอพยพรับมือน่านฟ้าปิดพรุ่งนี้
นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง และผู้บริหารกระทรวงฯ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมการคุ้มครองดูแลคนไทยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ
นายปาณิดล กล่าวว่า เหตุการณ์ปะทะรุนแรงเริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยอิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในกรุงเตหะรานและหลายเมืองของอิหร่าน ตามด้วยการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ ในวันเดียวกันอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธตอบโต้โจมตีฐานทัพเรือและฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ ในประเทศบาห์เรน คูเวต กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซาอุดีอาระเบีย และบางส่วนของอิรัก
นอกจากนี้ ในช่วงเช้าวันที่ 1 มีนาคม สำนักข่าว Tasnim ซึ่งเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน ได้ยืนยันข่าวการถึงแก่อสัญกรรมของผู้นำสูงสุดอิหร่าน จากการถูกโจมตี ณ ที่พำนักและที่ทำงานเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สถานการณ์โดยรวมในขณะนี้ยังคงมีการสู้รบต่อเนื่องและมีความอ่อนไหวสูงมาก
กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ 3 ประการ ได้แก่ 1. ติดตามสถานการณ์ด้วยความห่วงกังวลอย่างยิ่ง 2. เรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการกระทำที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง และ 3. เรียกร้องให้เร่งแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจา
นายปาณิดล กล่าวอีกว่า ทางการไทยได้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ และตั้งศูนย์ประสานงาน 24 ชั่วโมงของกรมการกงสุล พร้อมออกประกาศเตือนให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางหากไม่มีความจำเป็น
ปัจจุบันมีคนไทยในตะวันออกกลางรวมประมาณ 11,000 คน และในอิสราเอลอีกราว 65,000 คน เบื้องต้นยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับผลกระทบที่รุนแรง และทุกคนยังปลอดภัยดี
โดยมีการเตรียมความพร้อมรายประเทศ ดังนี้
– อิหร่าน (มีคนไทย 250 คน): สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้พื้นที่เป้าหมายการโจมตี ได้เปิดศูนย์อำนวยการตลอด 24 ชั่วโมง ขณะนี้กำลังเร่งวางแผนอพยพ ล่าสุดมีคนไทย (ทั้งนักศึกษาและแรงงาน) แจ้งความประสงค์เดินทางกลับไทยแล้ว 29 คน
– อิสราเอล (มีคนไทยประมาณ 65,000 คน): ส่วนใหญ่เป็นแรงงานภาคเกษตร สถานเอกอัครราชทูตฯ เปิดสายด่วน 4 คู่สายตลอด 24 ชั่วโมง ปัจจุบันมีผู้แจ้งความประสงค์กลับไทยไม่ถึง 20 คน โดยสายการบินยังคงเปิดให้บริการปกติ และมีการเตรียมเส้นทางอพยพทางบกไปยังประเทศข้างเคียงไว้แล้ว
– ประเทศอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ: UAE, โอมาน, บาห์เรน, กาตาร์, คูเวต และจอร์แดน สถานทูตกำลังเร่งสำรวจเส้นทางอพยพ และประสานงานกับสายการบินรวมถึงประเทศเจ้าบ้าน
นอกจากนี้ ในวันที่ 2 มีนาคม 2569 นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมด่วนร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินผลกระทบต่อประเทศไทย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ พลังงาน ความมั่นคงในภูมิภาค และพิจารณาแผนการอพยพคนไทยโดยคำนึงถึงอุปสรรคสำคัญคือการปิดน่านฟ้าในหลายประเทศ
อ่านข่าวต้นฉบับ: กต. เกาะติดวิกฤตตะวันออกกลาง ยัน คนไทยปลอดภัย จ่อถก สมช. แผนอพยพรับมือน่านฟ้าปิด