ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น หลังสงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐและอิหร่านร้อนระอุ
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น หลังตลาดกังวลอุปทานตึงตัวจากการสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ทั้งนี้ ตลาดปิดเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 69 อิสราเอลและสหรัฐได้ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านด้วยขีปนาวุธ และเกิดเหตุระเบิดในกรุงเตหะรานและหลายเมือง ส่งผลให้ตลาดกังวลความเสี่ยงหากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งจะทำให้อุปทานตึงตัว เนื่องจากอุปทานน้ำมันกว่า 20% ใช้ช่องแคบนี้ในการขนส่ง
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 27 ก.พ. 2569 อยู่ที่ 67.02 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.81 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 72.48 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.73 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ซาอุดีอาระเบีย คาดการณ์ว่าจะปรับราคาขายน้ำมันดิบต่อเอเชีย เดือน เม.ย. 69 เพิ่มขึ้น 1 เหรียญสหรัฐต่บาร์เรล และเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน หลังอุปสงค์น้ำมันดิบจากอินเดียเพิ่มขึ้นจากการทดแทนอุปทานน้ำมันดิบจากรัสเซีย
Baker Hughes เผยจํานวนแท่นขุดเจาะนํ้ามันดิบประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 27 ก.พ. 69 ปรับลดลง 2 แท่นจากสัปดาห์ก่อน อยู่ที่ระดับ 407 แท่น ขณะที่แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติปรับเพิ่ม 1 แท่นอยู่ที่ระดับ 134 แท่น
อย่างไรก็ตาม กลุ่ม OPEC+ มีมติเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบ เดือน เม.ย. 69 ที่ระดับ 0.206 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากการประชุม เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 69
อ่านข่าวต้นฉบับ: ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสงครามตะวันออกกลางสหรัฐ-อิหร่านร้อนระอุ
