ITD แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ผลดำเนินงานปี’68 พลิกกำไร 1,786 ล้าน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7,559 ล้านบาท บุ๊กรายการพิเศษขายหุ้นบริษัทย่อยในต่างประเทศ-เปลี่ยนประเภทเงินลงทุนจากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วมในธุรกิจเหมืองแร่โปแตช
นายธรณิศ กรรณสูต กรรมการผู้มีอำนาจและรักษาการประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า บริษัทมีผลกำไรสุทธิตามงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 21 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นการกำไรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยในปี 2568 กำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นที่จำนวน 1,786 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 7,559 ล้านบาท
โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการรับเหมาก่อสร้าง จำนวน 29,032 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 35,198 ล้านบาท ส่วนใหญ่เนื่องจากการยุติการรับรู้รายได้ของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งในต่างประเทศที่ถูกจำหน่ายเงินลงทุนแล้ว รวมถึงการลดลงของรายได้จากโครงการก่อสร้างบางโครงการที่ใกล้แล้วเสร็จ เช่น งานท่าเรือ งานอาคาร งานผิวทางท่าอากาศยาน งานระบบรางรถไฟ
ส่วนรายได้จากการขายและให้บริการ มีจำนวน 6,845 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 409 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายของบริษัทย่อยบางแห่ง
ด้านต้นทุนในการให้บริการรับเหมาก่อสร้าง ในปี 2568 บริษัทมีต้นทุนดังกล่าว จำนวน 34,921 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 26,358 ล้านบาท ส่วนใหญ่เนื่องจากการยุติการรับรู้ต้นทุนของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งในต่างประเทศที่ถูกจำหน่ายเงินลงทุนแล้ว รวมถึงการลดลงตามรายได้ที่ลดลงในบางโครงการที่ใกล้แล้วเสร็จ
ขณะที่ต้นทุนในการขายและให้บริการ มีจำนวน 6,891 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 358 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นของบริษัทย่อยบางแห่ง
ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทขาดทุนขั้นต้น จำนวน 5,934 ล้านบาท โดยช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน บริษัทมีกำไรขั้นต้นจำนวน 2,856 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2568 เท่ากับร้อยละ -16.54 ลดลงเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีที่มีอัตรากำไรขั้นต้น เท่ากับร้อยละ 4.04 ส่วนหนึ่งเนื่องจากการขาดทุนเพิ่มขึ้นของงานก่อสร้าง ได้แก่ งานระบบรางรถไฟ งานอาคาร งานโรงงานอุตสาหกรรม งานอุโมงค์ และจากการให้บริการเหมืองแร่ รวมถึงการยุติการรับรู้กำไรขั้นต้นของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งในต่างประเทศที่ถูกจำหน่ายเงินลงทุนแล้ว
นอกจากนี้ ในปี 2568 บริษัทมีเงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า และบริษัทร่วม จำนวน 7 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 195 ล้านมาท เนื่องจากการลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากการชดเชยค่าเสียหายจากกิจการร่วมค้าแห่งหนึ่งในต่างประเทศ
ส่วนดอกเบี้ยรับ มีจำนวน 84 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 348 ล้านบาท เนื่องจากในงวดนี้ไม่มีดอกเบี้ยรับจากการระงับข้อพิพาทโครงการก่อสร้างแห่งหนึ่งในต่างประเทศ รวมถึงการยุติการรับรู้ดอกเบี้ยรับของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งในต่างประเทศที่ถูกจำหน่ายเงินลงทุนแล้ว
ด้านกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย ในปี 2568 บริษัทมีกำไรส่วนนี้ จำนวน 8,221 ล้านบาท จากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยแห่งหนึ่งในต่างประเทศ
ขณะที่ขาดทุนจากการจำหน่ายและตัดจำหน่ายทรัพย์สิน จำนวน 370 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 751 ล้านบาท เนื่องจากการตัดจำหน่ายทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดินสไลด์ของโครงการเหมืองแร่แห่งหนึ่ง
ในปี 2568 บริษัทมีกำไรจากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนจากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม จำนวน 11,930 ล้านบาท เนื่องจากมีกำไรจากการเปลี่ยนประเภทเงินลงทุนในธุรกิจเหมืองแร่โปแตช
สำหรับรายได้อื่น ในปี 2568 บริษัทมีรายได้อื่น จำนวน 592 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 560 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเนื่องจากในงวดนี้ไม่มีรายได้จากการระงับข้อพิพาทโครงการก่อสร้างแห่งหนึ่งในต่างประเทศ รวมถึงการยุติการรับรู้รายได้อื่นของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งในต่างประเทศที่ถูกจำหน่ายเงินลงทุนแล้ว
ขณะที่มีค่าใช้จ่ายในการบริหาร จำนวน 2,320 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 881 ล้านบาท ส่วนใหญ่เนื่องจากการยุติการรับรู้ค่าใช้จ่ายในการบริหารของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งในต่างประเทศที่ถูกจำหน่ายเงินลงทุนแล้ว
ด้านผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ในปี 2568 บริษัทมีผลขาดทุนดังกล่าว จำนวน 6,850 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 4,629 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าเผื่อผลขาดทุนจากการด้อยค่าในต้นทุนระหว่างพัฒนาสำหรับสิทธิในสัมปทาน-โครงการทวาย ลูกหนี้และรายได้ที่ยังไม่เรียกชำระจากงานก่อสร้างอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ งานระบบราง รวมถึงค่าเผื่อผลขาดทุนจากการด้อยค่าของกิจการร่วมค้าบางแห่งในต่างประเทศ
ทั้งนี้ บริษัทมีผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ จำนวน 122 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเนื่องจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ในโครงการต่างประเทศ ขณะเดียวกันบริษัทมีผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุน จำนวน 60 ล้านบาท ส่วนใหญ่เนื่องจากมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับในกิจการแห่งหนึ่งต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชีมีผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินอื่น จำนวน 40 ล้านบาท เนื่องจากมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับจากกิจการร่วมค้าบางแห่งในต่างประเทศต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชี
ในปี 2568 บริษัทขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน – สุทธิ จำนวน 336 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 140 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเนื่องจากการแข็งค่าของค่าเงินบาทในสินทรัพย์ของบริษัท
ขณะที่ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม และกิจการร่วมค้า จำนวน 231 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 47 ล้านบาท การขาดทุนในงวดนี้ส่วนใหญ่เนื่องจากการขาดทุนเพิ่มขึ้นของบริษัทร่วมบางแห่งที่ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของค่าเงินบาท
ในปี 2568 บริษัทมีต้นทุนทางการเงิน จำนวน 2,316 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 778 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเนื่องจากการยุติการรับรู้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งในต่างประเทศที่ถูกจำหน่ายเงินลงทุนแล้ว รวมถึงการคืนเงินกู้ยืมแก่สถาบันการเงิน
นอกจากนี้ บริษัทมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ จำนวน 440 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 580 ล้านบาท ส่วนใหญ่เนื่องจากการยุติการรับรู้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งในต่างประเทศที่ถูกจำหน่ายเงินลงทุนแล้ว
อ่านข่าวต้นฉบับ: ITD เปิดผลดำเนินงานปี’68 พลิกกำไร 1,786 ล้าน ขายหุ้นบริษัทย่อยในต่างประเทศ