คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
สหรัฐผนึกกับอิสราเอล โจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน เมื่อ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา สังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน รวมถึงบุคคลสำคัญ การสู้รบมีแนวโน้มยืดเยื้อและขยายตัว อิหร่านเริ่มตอบโต้อย่างรุนแรง สำหรับประเทศไทย เช่นเดียวกับนานาชาติ จับตาผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์สถานการณ์เพื่อประเมินสถานการณ์ ที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 3 มี.ค.
โดย รมว. ผู้บริหารกระทรวง เอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ภูมิภาคตะวันออกกลาง ร่วมประชุม มีการรายงานต่อนายอนุทินว่า สถานการณ์น่าจะยืดเยื้ออีกอย่างน้อยกว่า 4 สัปดาห์ และมีแนวโน้มที่สหรัฐอเมริกาจะยกระดับความขัดแย้งขึ้นอีก
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า ปฏิบัติการ Epic Fury จะใช้เวลา 4-5 สัปดาห์ แต่ปฏิบัติการจะดำเนินต่อไปนานตราบเท่าที่จำเป็น 4 เป้าหมายของสหรัฐ คือ 1.ทำลายขีดความสามารถทางขีปนาวุธของอิหร่าน 2.ทำลายกองทัพเรืออิหร่าน 3.ทำให้แน่ใจว่าอิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ และ 4.อิหร่านต้องไม่ส่งอาวุธ เงิน หรือสั่งการกลุ่มก่อการร้ายอีกต่อไปผลกระทบที่เกิดขึ้น
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง มี 5 ช่องทาง คือ 1.พลังงาน สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ นํ้ามัน 20% ของโลกมาจากที่ดังกล่าว ทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น กระทรวงพลังงานได้เตรียมมาตรการรองรับ ไทยมีน้ำมันสำรอง 60 วัน จึงดูแลไม่ให้ส่งผลกระทบหรือประชาชนได้แน่นอน 2.การค้า ด้านสินค้าและบริการ ไม่มากเพราะส่งออกไปตะวันออกกลางไม่ถึง 4% นำเข้า 8% ส่วนใหญ่เป็นน้ำมัน แต่ผลกระทบทางอ้อม เช่น ค่าระวางเรือ จะกระทบการขนส่ง ต้องเตรียมรองรับในส่วนนี้
3.การท่องเที่ยว ทางตรงกระทบไม่มาก นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางมีเพียง 4% เป็นโอกาสดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เปลี่ยนมาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย 4.ตลาดทุน เมื่อเกิดสงคราม ทุกคนวิ่งไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ แต่ผลกระทบไม่มาก ตลาดหุ้นขึ้นมา 17% ก่อนลงไป 2% ถือว่ามีเสถียรภาพมาก เงินทุนสำรองระหว่างประเทศมี 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ยังรองรับความเสี่ยงได้ 5.ด้านแรงงาน กระทรวงแรงงานประสานกับภาคเอกชน เพื่อช่วยเหลือดูแล ส่วนนายกรัฐมนตรีเน้นยํ้าการดูแลคนไทยในตะวันออกกลาง
แวดวงธุรกิจได้วิเคราะห์ว่า การสู้รบทำให้สินค้าต้นน้ำอย่างน้ำมันมีราคาสูงทันที จะส่งผลต่อสินค้าปลายน้ำอย่างการค้าปลีกต่าง ๆ โดยใช้เวลาระยะหนึ่ง ดังนั้นปัญหาที่จะตามมาแน่นอนคือ เรื่องเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชน รัฐบาลต้องรับมือด้วยการใช้อำนาจบริหาร จัดทำนโยบายและมาตรการโดยเร็ว ปัญหาคือ ประเทศไทยยังไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม ซึ่งเป็นจุดอ่อนในการบริหารงาน น่าสนใจว่าด้วยกลไกการเมืองที่มีอยู่ จะช่วยแก้ปัญหาของสภาพการณ์ในปัจจุบันได้แค่ไหนอย่างไร
อ่านข่าวต้นฉบับ: ยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น