การปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งพลังงาน 20 % ของโลกและ QatarEnergy บริษัทพลังงานของรัฐกาตาร์ได้ระงับการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หลังจากถูกโจมตีด้วยโดรนอิหร่าน เมื่อสงครามขยายวงในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลให้ไทยเสี่ยงเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในเอเชีย เนื่องจากไทยมีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานสุทธิสูงที่สุดเมื่อเทียบกับ GDP และตัวเลขขาดดุลพลังงานหนักที่สุด
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมพลังงานกล่าวว่า ในหลายพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลกระทบในลำดับแรกคือภาวะเงินเฟ้อด้านต้นทุน มากกว่าการขาดแคลนในทันที
โก คาตายามะ นักวิจัยข้อมูลเชิงลึกจาก Kpler กล่าวว่า ผู้ซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่พึ่งพาตลาดสปอตจะเผชิญกับต้นทุนการทดแทนที่สูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากเอเชียแข่งขันกับยุโรปในการแย่งก๊าซ LNG ที่ขนส่งจากมหาสมุทรแอตแลนติก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันมากที่สุดในกรอบการวิเคราะห์ของบริษัทโนมูระ (Nomura) เนื่องจากผลกระทบจากภายนอกมีขนาดใหญ่และเกิดขึ้นทันที โดยไทยมีการนำเข้าน้ำมันสุทธิมากที่สุดในเอเชีย คิดเป็น 4.7% ของ GDP และทุกๆ การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน 10% จะทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดแย่ลงราว 0.5 % ของ GDP ของประเทศ
ด้านหน่วยงานวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินระดับโลกของ Bank of America หรือ Bank of America Global Research กล่าวว่า ประเทศไทยมีดุลการค้าพลังงานติดลบมากที่สุดในเอเชีย ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงเมื่อราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวพุ่งสูงขึ้นท่ามกลางสงครามอิหร่าน
การที่ไทยมีดุลการค้าพลังงานติดลบมากที่สุดในเอเชีย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซอย่างหนัก และทำให้ไทยมีความเปราะบางเป็นพิเศษต่อความผันผวนของตลาดพลังงานโลก เนื่องจากความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน สหรัฐ และอิสราเอลทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง
แม้ว่าประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น จีนและญี่ปุ่น จะนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในปริมาณมาก แต่ผลการวิจัยชี้ว่า ไทยมีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานสุทธิสูงที่สุดในเอเชียเมื่อเทียบกับ GDP โดยในปี 2025 การนำเข้าพลังงานสุทธิของประเทศไทยอยู่ที่ราว 6% ของ GDP สูงกว่าเกาหลีใต้ (ราว 4%) และสิงคโปร์ (อยู่ในช่วงใกล้เคียงกัน) ในขณะที่จีนมีสัดส่วนต่ำกว่ามาก มีเพียงออสเตรเลียและมาเลเซียเท่านั้นที่เป็นผู้ส่งออกพลังงานสุทธิในภูมิภาค
นักวิเคราะห์กล่าวว่า หากสงครามยืดเยื้อและขัดขวางการขนส่งน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติเหลว ราคาพลังงานโลกอาจยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลกระทบต่อประเทศผู้นำเข้าพลังงานในเอเชียจากต้นทุนที่สูงขึ้น แรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และดุลการค้าและดุลการค้าระหว่างประเทศที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่มีดุลพลังงานติดลบอย่างมาก เช่น ประเทศไทย
ประเทศไทยจะซื้อก๊าซ 2 ล้านตันจากโครงการ Alaska LNG ตามข้อมูลจากเว็บไซต์สถานทูตไทยในกรุงวอชิงตันเผยแพร่เมื่อ 7 กรกฎาคม 2025 ระบุเพิ่มเติมว่า ในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของชาติ ประเทศไทยกำลังหันไปพึ่งพาประเทศสหรัฐอเมริกา บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามในข้อตกลงระยะเวลา 20 ปี เพื่อซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จำนวน 2 ล้านตันต่อปี จากโครงการในอลาสก้าที่พัฒนาโดยบริษัท Glenfarne ของสหรัฐร่วมกับ Alaska LNG
ก่อนหน้านี้ นายพิชัย พิชัย ชุณหวชิร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ไทยมีแผนที่จะนำเข้าก๊าซจากต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะจากสหรัฐเพื่อช่วยสร้างสมดุลทางการค้ากับสหรัฐ
ปตท.เป็นบริษัทพลังงานที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของไทย (กระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่) และเป็นผู้จัดหาน้ำมันและก๊าซส่วนใหญ่ของประเทศ
ปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยของไทยกำลังลดลง แม้ว่าการสำรวจแหล่งใหม่จะยังคงดำเนินต่อไป รัฐบาลได้นำนโยบายต่างๆ มาใช้เพื่อกระจายแหล่งพลังงานและลดการพึ่งพาปิโตรเลียมจากตะวันออกกลาง
“เหตุการณ์ล่าสุดในตะวันออกกลางเน้นย้ำถึงความจำเป็นของก๊าซธรรมชาติเหลวจากอลาสก้า (Alaska LNG) ซึ่งมาจากแหล่งที่ปลอดภัย มั่นคง และมีปริมาณมาก โดยไม่ต้องผ่านน่านน้ำที่มีข้อพิพาท” เบรนแดน ดูวัล ซีอีโอและผู้ก่อตั้งเกลนฟาร์นกล่าว
Glenfarne กำลังเป็นผู้นำโครงการท่อส่งก๊าซมูลค่า 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.3 ล้านล้านบาท) ซึ่งได้รับการสนับสนุนในสมัยรัฐบาลทรัมป์ โดยคาดว่าจะส่งก๊าซประมาณ 3.5 พันล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันจากนอร์ทสโลปของอลาสก้าไปยังตลาดต่างประเทศ
ขณะที่รอยเตอร์ (Reuters) รายงานผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจโลกจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งว่าราคาน้ำมันจะสูงขึ้นเพียงชั่วคราวหรือต่อเนื่องยาวนาน
แดน แคทซ์ รองผู้อำนวยการใหญ่ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวในการประชุม Milken Institute Future of Finance ที่กรุงวอชิงตันคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางจะระมัดระวังและตอบสนองต่อสถานการณ์เมื่อเกิดขึ้น หากความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งยืดเยื้อและผลกระทบต่อราคาน้ำมันยืดเยื้อ
เขากล่าวว่าความขัดแย้งอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลกในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอัตราเงินเฟ้อ การเติบโต และอื่นๆ แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปอย่างแน่ชัด
อ่านข่าวต้นฉบับ: วิกฤตตะวันออกกลาง ไทยเสี่ยงกระทบหนักสุดในเอเชีย พึ่งน้ำมัน-ก๊าซต่างประเทศมากที่สุด