นายกฯ เรียกถกคมนาคม พลังงาน-คลัง ปมสู้รบตะวันออกกลาง วางมาตรการหลังสถานการณ์รุนแรงขึ้น สั่งแจงแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบอีกครึ่งหนึ่ง หลังเส้นทางลำเลียงน้ำมันช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงคมนาคม เลขาฯสภาพัฒน์ฯ เลขาฯสมช. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อหารือมาตรการจากผลกระทบสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
นายอนุทินระบุว่า ต้องเชิญประชุมเร่งด่วน เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะนี้ได้มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขนส่ง โดยเฉพาะการขนถ่ายน้ำมันดิบ ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้นำเข้า เมื่อวานนี้ได้รับรายงานจากนายพิพัฒน์และนายเอกนิติว่า ในที่ประชุมรายงานว่าน่าจะไม่มีผลกระทบอะไรกับปริมาณน้ำมันที่จะใช้ในภายในประเทศในเดือนมีนาคม
แต่จากตัวเลขที่ได้รับรายงาน ทราบว่าปริมาณน้ำมันดิบที่จะเข้าสู่ประเทศไทย จะเริ่มทยอยมีปริมาณลดลง เนื่องสถานการณ์เปลี่ยนไปมากตั้งแต่วันเสาร์ (28 ก.พ. 69) ที่เกิดเหตุ พอวันจันทร์ (2 มี.ค. 69) ก็มีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สถานการณ์ก็พัฒนาไปในทิศทางที่มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น
เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น ข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด จึงต้องมากำหนดมาตรการในส่วนของเราเอง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่มีผลกระทบในเรื่องของการนำเข้าน้ำมันดิบ และการจัดหาเพิ่มเติมจากแหล่งอื่น ซึ่งทราบมาว่ามีการนำเข้ากว่าครึ่งหนึ่งจากทางตะวันออกกลาง และอีกครึ่งหนึ่งมากจากภูมิภาคอื่น
ซึ่งวันนี้ผมก็คงจะต้องขอให้แยกแยะให้เห็นว่า อีกครึ่งหนึ่งนั้นมาจากตรงไหนบ้าง ซึ่งทั้งนายพิพัฒน์และนายเอกนิติถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่งในเรื่องการค้าน้ำมันก็ต้องขอให้เป็นผู้ช่วยร่วมคิดที่จะทำอย่างไร ทำให้สถานการณ์มีผลกระทบให้น้อยที่สุด และขอให้กระทรวงการต่งประเทศเจรจาพูดคุยกับประเทศอื่น ๆ ในการสั่งซื้อน้ำมันและเชื้อเพลิงอื่น ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้ภายในประเทศได้
อ่านข่าวต้นฉบับ: นายกฯ เรียกถกวางมาตรการเพิ่ม หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น