รัฐบาลเกาหลีใต้ต้องออกมาประกาศเตือนภัย ถึงภาวะขาดแคลนชิปในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งอาจลุกลามเป็นวิกฤตห่วงโซ่อุปทานรอบใหม่ ซ้ำเติมอุตสาหกรรมไอทีทั่วโลก
นายคิม ยองแบ สมาชิกสภานิติบัญญัติรัฐบาลเกาหลีใต้ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงจาก Samsung Electronics และกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ว่า สงครามตะวันออกกลางครานี้ สร้างความตึงเครียดเรื่องการจัดหาวัสดุเฉพาะทาง ที่มาจากตะวันออกกลางอย่าง ก๊าซฮีเลียม (Helium)
เพราะฮีเลียมไม่ใช่เพียงแค่ก๊าซที่ใช้เติมลูกโป่ง แต่ในอุตสาหกรรมการชิป มันคือสารหล่อเย็นและจัดการความร้อนที่ ไม่มีสิ่งใดทดแทนได้ ในกระบวนการผลิตขั้นสูง
ปัจจุบันกาตาร์เป็นหนึ่งในผู้ผลิตฮีเลียมรายใหญ่ที่สุดของโลก หากเส้นทางการขนส่งในตะวันออกกลางถูกปิดตายหรือได้รับผลกระทบจากการสู้รบ
โรงงานผลิตชิปหน่วยความจำ ซึ่งเกาหลีใต้ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 2 ใน 3 ของโลก อาจต้องเผชิญกับภาวะชะงักงัน
นอกจากฮีเลียมแล้ว กระทรวงอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ยังระบุว่ามีรายการสินค้าอีกกว่า 14 ชนิด ที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากภูมิภาคนี้ รวมถึง โบรมีน (Bromine) และอุปกรณ์ตรวจสอบชิป แม้บางส่วนจะสามารถหาแหล่งผลิตอื่นทดแทนได้ แต่การเปลี่ยนผ่านซัพพลายเชนในระยะสั้นย่อมมาพร้อมกับต้นทุนที่มหาศาล
มีรายงานว่าโดรนโจมตีได้สร้างความเสียหายให้กับศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของ Amazon ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรน
เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลเรื่องความปลอดภัยในการใช้ตะวันออกกลางเป็น ฮับ AI เพราะก่อนหน้านี้ทั้ง Microsoft และ Nvidia ต่างวางกลยุทธ์ให้ภูมิภาคนี้เป็นฐานกำลังสำคัญในการรันระบบอย่าง ChatGPT การที่โครงสร้างพื้นฐานถูกทำลายจะทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสั่นคลอน และอาจส่งผลให้ความต้องการชิป AI ชะลอตัวลงตามไปด้วยเนื่องจากไซต์ก่อสร้างศูนย์ข้อมูลต้องหยุดชะงัก
ทางด้านสถาบันการเงินอย่าง Morgan Stanley ได้ออกมาปรับคาดการณ์เศรษฐกิจระบุว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจไม่สามารถลดอัตราดอกเบี้ยได้ในปี 2026 ตามที่เคยคาดไว้ เนื่องจากวิกฤตตะวันออกกลางทำให้ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น เมื่อน้ำมันแพง สินค้าแพง ชิปแพง ผลลัพธ์คือผู้บริโภคทั่วโลกจะต้องแบกรับภาระราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่สมาร์ทโฟน ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่อาจพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง
อ่านข่าวต้นฉบับ: เกาหลีใต้เตือน ศึกอิหร่าน อาจทำชิปขาดแคลนทั่วโลก