ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดต่อเนื่อง
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังตลาดกังวลต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเผชิญกับความเสี่ยงจากการโจมตีของอิหร่าน โดยรายงานล่าสุดบ่งชี้ว่ามีเรือเพียงแค่ 2 ลำเท่านั้นที่เดินทางผ่านช่องแคบดังกล่าวในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดปรับเพิ่มสูงขึ้น หลังรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว NBC ว่าอิหร่านจะไม่เข้าสู่โต๊ะเจรจากับสหรัฐและอิหร่านพร้อมในการสู้รบกับสหรัฐ หากสหรัฐเปิดปฏิบัติการทางทหารภาคพื้นดินกับอิหร่าน สอดคล้องกับท่าทีของผู้นำสหรัฐ ซึ่งส่งสัญญาณให้อิหร่านยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 6 มี.ค. 2569 อยู่ที่ 90.90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +9.89 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 92.69 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +7.28 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ขณะที่รัฐมนตรีพลังงานของกาตาร์คาดการณ์ว่าหากสงครามมีความยืดเยื้ออาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับ Trader ในตลาดซึ่งคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบอาจปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หากสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังคงดำเนินอยู่
ขณะที่คูเวตเริ่มลดกำลังการผลิตในบางแหล่งน้ำมัน เนื่องจากไม่มีพื้นที่เหลือสำหรับเก็บน้ำมันดิบที่ผลิตได้ การปรับลดกำลังการผลิตของคูเวตเกิดขึ้นภายหลังในช่วงสัปดาห์นี้อิรักได้ปรับลดกำลังการผลิตลงเช่นกัน นอกจากนี้ รัฐมนตรีพลังงานของกาตาร์ได้เผยว่าชาติในอาหรับอาจถูกบังคับให้หยุดกำลังการผลิตน้ำมันดิบในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐเผยว่าสหรัฐอาจยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่ออุปทานน้ำมันรัสเซีย หลังก่อนหน้านี้ได้อนุญาตให้โรงกลั่นในอินเดียสามารถกลับมาซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซียได้ชั่วคราวเป็นระยะเวลา 30 วัน
อ่านข่าวต้นฉบับ: ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางยังตึงเครียดต่อเนื่อง
