“น้ำ” นับเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทุกชนิด โดยเฉพาะกุ้ง สัตว์น้ำเศรษฐกิจที่มีความเปราะบางสูง และ “คุณภาพของน้ำ” ก็สิ่งที่ต้องคำนึงเพราะไม่เพียงเป็นแหล่งอาหารและแร่ธาตุสำคัญ ยังเป็นที่อยู่อาศัยเมื่อเกิดปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ ย่อมส่งผลกระทบต่อคุณภาพของสัตว์น้ำตามไปด้วย
สำหรับกรณีปัญหาสารพิษที่ปนเปื้อนใน “แม่น้ำกก” เป็นประเด็นที่สังคมจับตามองอย่างต่อเนื่อง นับจากปี 2568 ที่ได้ตรวจสอบพบผลกระทบจากการเผชิญปัญหามลพิษจากการปนเปื้อนโลหะหนัก (สารหนูแคดเมียมตะกั่ว) ในแม่น้ำกก ซึ่งมีการสันนิษฐานว่าสาเหตุการปนเปื้อนมาจากการทำเหมืองแร่ข้ามพรมแดน จนทำให้เกิดผลกระทบต่อสัตว์น้ำอย่างรุนแรง ทั้งปลาป่วยติดเชื้อมีแผลตามตัวและระบบนิเวศทางน้ำถูกทำลาย ส่งผลให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง รวมถึงสร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนในระยะยาว จนถึงขณะนี้ผ่านมากว่า 7 เดือนแล้ว ปัญหาของแม่น้ำกกยังไม่ได้รับการแก้ไข
สำหรับเกษตรกรผลสะท้อนจากคุณภาพน้ำ สัมพันธ์ต่ออัตราการรอดของสัตว์น้ำ โดยเฉพาะกุ้ง หากคุณภาพน้ำไม่สะอาด ปลอดภัย ก็มีความเสี่ยงที่จะนำพาเชื้อโรคกุ้งเข้ามาสร้างความเสียหายในฟาร์มได้
ในมุมมองของผู้เลี้ยงกุ้ง นายบรรจง นิสภวาณิชย์” ประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย และที่ปรึกษาสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า การเลี้ยงกุ้งให้ความสำคัญกับเรื่องของคุณภาพน้ำเป็นอย่างมาก โดยเกษตรกรจะตรวจวัดคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพราะกุ้งเป็นสินค้าที่อ่อนไหว การจะนำน้ำจากแหล่งธรรมชาติเข้าบ่อกุ้งต้องระมัดระวังอย่างมาก
“เราเห็นว่าการตรวจสอบสารปนเปื้อนต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างเข้มงวด ภาครัฐต้องให้ความมั่นใจและมีการแจ้งเตือนเกษตรกรผู้ใช้น้ำ หากมีสารปนเปื้อนที่มีค่าเกินมาตรฐานจนอาจจะส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ สร้างความเสียหายต่อเกษตรกร”
เช่นเดียวกับ “นายสนิท แดงพยนต์” ประธานกลุ่มเกษตรกรทำประมงพัฒนาเกษตรพอเพียง 49 อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร มองว่า ประเด็นเรื่องคุณภาพน้ำเป็นสิ่งที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งให้ความใส่ใจเป็นอันดับต้น ๆ ต้องมีการตรวจสอบทั้งค่าความเป็นกรดเป็นด่าง และค่าแร่ธาตุน้ำตั้งแต่เริ่มเลี้ยงและตรวจสม่ำเสมอตลอดระยะเวลาการเลี้ยง เพราะคุณภาพน้ำมีผลต่ออัตรารอดของกุ้ง
“ระบบการเลี้ยงกุ้งแบบพัฒนาที่ทางกลุ่มใช้เป็นระบบที่สามารถป้องกันปัญหาการแพร่ระบาดของสัตว์น้ำ จากไข่กุ้ง ไข่ปลาที่ไหลมาจากแหล่งน้ำภายนอกได้ ทำให้ไม่มีปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำ แต่ระบบที่ว่าเข้มข้น ๆ อย่างนี้ ก็ไม่สามารถลดสกัดปัญหาการปนเปื้อนของสารเคมีที่มากับน้ำได้ หากสมมุติมีสารโลหะหนักแบบแม่น้ำกกก็จะส่งผลต่อคนเลี้ยงกุ้งแน่นอน โชคดีที่ตรงจุดนั้นน่าจะไม่ใช่จุดเลี้ยงกุ้ง”
ด้านการส่งออก นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย ได้ยื่นหนังสือ เสนอ 11 มาตรการให้ภาครัฐดูแลสินค้ากุ้งเป็นวาระแห่งชาติไปก่อนหน้านี้ โดยมุ่งเน้นเรื่องจัดการฟาร์มเลี้ยงกุ้งอย่างยั่งยืน ซึ่งจะต้องส่งเสริมมาตรฐานฟาร์ม (GAP) และการเพาะเลี้ยงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนจัดการโรคและการป้องกันโรคในกุ้ง เฝ้าระวังโรคระบาดอย่างเข้มงวดและมีแผนป้องกันที่ชัดเจน เพราะสมาคมมองว่าปี 2569 ยังเป็นโอกาสสำหรับกุ้งไทย แต่ปัญหา คือ ไทยไม่สามารถก้าวผ่านปัญหาโรคกุ้ง ทำให้ไม่สามารถเพิ่มผลผลิต เพื่อคว้าโอกาสทางการตลาดที่เปิดกว้างได้
ท้ายที่สุดไม่ว่าบทสรุปของเคสแม่น้ำกกจะออกมาอย่างไร ประเด็นคุณภาพน้ำควรต้องหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นที่ต้องดูแลอันดับต้น ๆ เพราะไม่ได้เพียงแต่สร้างความวิตกในด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อวิถีชีวิตชาวบ้าน และเศรษฐกิจชุมชนด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับ: น้ำ แหล่งเพาะกุ้งชั้นดี มีผลต่อการเติบโต หวั่นสารตกค้างกระทบผู้เลี้ยง