ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากอุปทานน้ำมันดิบที่ยังคงตึงตัวอย่างต่อเนื่อง
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบที่ยังคงตีงตัวอย่างต่อเนื่อง หลังจากประชาชนอิหร่านบางกลุ่มได้ออกมารวมตัวด้วยการเดินขบวนบนท้องถนนเพื่อประกาศสนับสนุน โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงความมุ่งมั่นของประชาชนอินหร่านในการต่อต้านการโจมตีจากสหรัฐและอิสราเอล
นอกจากนี้ บริษัทน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย เริ่มลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบ เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่จัดเก็บและเส้นทางขนส่งที่ยังคงปิดอยู่ ซึ่งเป็นการลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิรัก คูเวต และกาตาร์
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 9 มี.ค. 2569 อยู่ที่ 94.77 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +3.87 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 98.96 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +6.27 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ตลาดยังคงจับตาการแถลงของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัล ทรัมป์ หลังตลาดปิดทำการในวันที่ 9 มี.ค. 69 โดยมีการคาดการณ์ว่าโดนัลด์ ทรัมป์จะพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ เพื่อที่จะควบคุมราคาน้ำมัน โดยนักวิเคราะห์คาดว่าตัวเลือกอาจประกอบด้วย การจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ การแทรกแซงตลาดซื้อขายล่วงหน้า การยกเว้นภาษีรัฐบาลกลางบางส่วน และการยกเลิกข้อกำหนดทางกฎหมายที่กำหนดให้น้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศต้องขนส่งด้วยเรือสหรัฐเท่านั้น
ราคาน้ำมันดิบหลังตลาดปิดปรับตัวลดลง หลังมีข่าวการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน โดยคาดว่ารัฐบาลสหรัฐอาจกำลังพิจารณาการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียเพิ่มเติม เพื่อช่วยควบคุมราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก รวมทั้งความกังวลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัว จากสภาวะเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มสูงขึ้น และธนาคารกลางอาจปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้นและอาจลดความต้องการใช้พลังงาน
อ่านข่าวต้นฉบับ: ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากอุปทานน้ำมันดิบที่ยังตึงตัวต่อเนื่อง
