ก.ล.ต. เผยความคืบหน้าบังคับใช้กฎหมายกรณีกองทุน Capital Asia Investments (CAI) หลังหน่วยงานการเงินสิงคโปร์เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้เกี่ยวข้อง ชี้ได้ประสานงานกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศต่อเนื่องตั้งแต่ ต.ค. 2568 พร้อมยืนยันไม่เคยได้รับคำขอข้อมูลจากธนาคารกลางสิงคโปร์ตามที่มีการกล่าวอ้าง
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทุนเทา โดยระบุว่า ตามที่มีข่าวปรากฎว่าหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินของประเทศสิงคโปร์ ได้เข้าตรวจค้นและยึดทรัพย์สินจากบัญชีธนาคารและบัญชีหลักทรัพย์ พร้อมจับกุมกรรมการของกองทุน Capital Asia Investments (CAI) หลังพบความเชื่อมโยงที่อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ ก.ล.ต. ในฐานะโฆษก กล่าวว่า กรณีข้างต้นเป็นการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายการฟอกเงินของประเทศสิงคโปร์ ในส่วนการบังคับใช้กฎหมายของ ก.ล.ต. ได้เร่งดำเนินการ โดยได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีความคืบหน้าไป
นอกจากนี้ ยังได้แจ้งกรณีการประสานงานกับหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินต่างประเทศ ตามที่มีข้อมูลปรากฎในโซเชียลมีเดียว่า ธนาคารกลางของสิงคโปร์ Monetary Authority of Singapore หรือ MAS ได้ขอข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัยของกลุ่ม Capital Asia Investments หรือ CAI จาก ก.ล.ต.
นายเอนก ระบุว่า โดยกระบวนการปกติ ก.ล.ต. จะมีการประสานงานและให้ความช่วยเหลือกับหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินต่างประเทศ พร้อมทั้งยืนยันว่ากรณีที่มีการกล่าวอ้าง ไม่ปรากฏว่าเคยมีการประสานขอข้อมูลจาก ก.ล.ต. แต่อย่างใด
ที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้มีการประสานงานขอข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินของต่างประเทศ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 และ ก.ล.ต. ได้นำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งมีความคืบหน้าไปมากแล้ว
อ่านข่าวต้นฉบับ: ก.ล.ต. เร่งประสานปราบทุนเทากรณี CAI ยันธนาคารกลางสิงคโปร์ไม่ได้ขอข้อมูล