คอลัมน์ : นอกรอบ ผู้เขียน : พรปวีณ์ ธรรมวิชัย Bnomics : ธนาคารกรุงเทพ
ท่ามกลางกระแสที่ทั่วโลกหันมาสนใจการลงทุนใน “ทองคำ” จากที่ราคาและผลตอบแทนการลงทุนพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
“ทองคำ” เป็นสินทรัพย์ที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง “สินค้า” กับ “ผลิตภัณฑ์การเงิน” สาระสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “ใครถือทอง” แต่คือ “รัฐมองทองคำเป็นอะไร” และมีแนวทางกำกับอย่างไร เพราะกรอบกฎหมาย ภาษี และหน่วยงานกำกับมีความแตกต่างกันระหว่างทองคำที่ถือในรูป “สินค้า” กับทองคำที่ถือผ่าน ETF หรือสัญญาล่วงหน้า
กรณีของสหรัฐอเมริกาใช้แนวทางที่แยกตามประเภทผลิตภัณฑ์มากกว่าตัวสินทรัพย์ ในกรณีเป็นสัญญาล่วงหน้าและตราสารอนุพันธ์ อยู่ภายใต้การกำกับของ Commodity Futures Trading Commission
ขณะที่ ETF และกองทุนทองคำอยู่ในความดูแลของ Securities and Exchange Commission ผู้ค้าทองคำจริงบางกรณีต้องจดทะเบียนระดับมลรัฐ และอาจเข้าข่าย Money Services Business ภายใต้การกำกับด้านการป้องกันการฟอกเงิน
ในเชิงภาษี กรมสรรพากรของสหรัฐอเมริกาจัดทองคำบางประเภทเป็นของสะสม ดังนั้น กำไรระยะยาวอาจถูกจัดเก็บสูงสุด 28% สูงกว่าหุ้นทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ โครงสร้างนี้สะท้อนว่า วอชิงตันมองทองคำผ่านในมุมของตลาดทุนและตลาดอนุพันธ์ มากกว่าในฐานะสินค้าโภคภัณฑ์ธรรมดา
ยุโรปวางกรอบผ่าน European Securities and Markets Authority แต่การออกใบอนุญาตและการบังคับใช้ยังเป็นหน้าที่ของรัฐ สมาชิกธุรกิจทองคำต้องปฏิบัติตาม KYC (การยืนยันตัวตน), AML (การป้องกันการฟอกเงิน) และกฎ Market Abuse Regulation อย่างเคร่งครัด
ทองคำเพื่อการลงทุนได้รับการยกเว้น VAT ในหลายประเทศสมาชิก เป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐต้องการรักษาบทบาททองคำในฐานะสินทรัพย์สะสมมูลค่า แต่ในขณะเดียวกันก็ใช้กลไกกำกับเพื่อควบคุมความเสี่ยงทางภาษีและการฟอกเงิน โมเดลนี้สะท้อนความพยายามสร้างตลาดเดียวที่โปร่งใส พร้อมเปิดพื้นที่ให้แต่ละประเทศบริหารความเสี่ยงของตนเอง
จีนกำกับทองคำแบบรวมศูนย์ ภายใต้การดูแลของธนาคารกลางของจีน (People’s Bank of China) และโครงสร้างการซื้อขายผ่าน Shanghai Gold Exchange การออกใบอนุญาตและการนำเข้า-ส่งออกอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐอย่างใกล้ชิด
นโยบาย VAT ใหม่ที่กำหนดภาระภาษีแตกต่างตามวัตถุประสงค์การใช้ทอง เช่น ชำระ VAT ในอัตรา 13% เฉพาะส่วนของมูลค่าเพิ่ม
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าปักกิ่งไม่ได้มองทองคำเพียงเป็นสินทรัพย์การลงทุน หากแต่เป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับเสถียรภาพทางการเงินและทุนสำรองระหว่างประเทศ
ฮ่องกงกำกับผ่าน Hong Kong Monetary Authority (ธนาคารกลางโดยพฤตินัยของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง) และระบบจดทะเบียนผู้ค้าโลหะมีค่า ธุรกรรมขนาดใหญ่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายต่อต้านการฟอกเงินอย่างเคร่งครัด แนวทางนี้สะท้อนเป้าหมายชัดเจน คือรักษาความเชื่อมั่นระหว่างประเทศในฐานะศูนย์กลางการค้าทองระดับภูมิภาค
อินเดียมอบหมายให้ธนาคารกลางของอินเดีย (Reserve Bank of India) มีบทบาทสำคัญ ควบคู่กับมาตรการ KYC และ AML การลงทุนทำได้ทั้งกายภาพ ดิจิทัล ETF และอนุพันธ์ ภาษีขึ้นกับระยะเวลาถือครอง
นโยบายอย่าง Gold Monetization Scheme มีเป้าหมายชัดเจน คือเปลี่ยนทองคำที่อยู่ในครัวเรือนให้เป็นทรัพยากรในระบบการเงิน ลดการนำเข้า และบรรเทาภาระดุลบัญชีเดินสะพัด รัฐจึงไม่ได้มองทองคำแค่เป็นวัฒนธรรมการออม แต่เป็นตัวแปรมหภาค
สำหรับประเทศไทยยังไม่มีหน่วยงานกำกับ “ทองคำ” โดยตรง แต่ธุรกรรมถูกดึงเข้าสู่กรอบภาษีและมาตรการกำกับธุรกรรมทางการเงินมากขึ้น กำไรจากทองคำแท่ง ซื้อขายทองล่วงหน้า หรือธุรกิจเกี่ยวกับทองอยู่ในกรอบภาษีเงินได้
มาตรการใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่มีผล 1 มีนาคม 2569 ในการกำกับธุรกรรมการซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่กำหนดให้จะซื้อขายได้ไม่เกินวันละ 50 ล้านบาทต่อแพลตฟอร์ม สะท้อนว่ารัฐกำลังวางโครงสร้างกำกับที่ชัดขึ้น โดยเฉพาะในธุรกรรมมูลค่าสูง ภาพรวมจึงเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากตลาดกึ่งเสรี ไปสู่ระบบที่มีการกำกับเชิงระบบมากขึ้น
โดยสรุป โลกไม่ได้มีคำตอบเดียวต่อคำถามว่าทองคำคืออะไร บางประเทศปฏิบัติต่อทองคำเสมือนสินค้าโภคภัณฑ์ที่ต้องควบคุมการค้า บางประเทศวางไว้ในกรอบตลาดทุนและอนุพันธ์ และอีกหลายแห่งเลือกใช้ทั้งสองแนวทางควบคู่กัน
สิ่งที่เห็นร่วมกันคือ การแยกทองคำในฐานะสินค้าออกจาก “ทองคำในฐานะผลิตภัณฑ์การเงิน” อย่างเป็นระบบ แต่ระดับความเข้มของการกำกับกลไกใบอนุญาต ภาระภาษี และมาตรการป้องกันการฟอกเงิน ล้วนแตกต่างกันตามโครงสร้างเศรษฐกิจ เสถียรภาพค่าเงิน บทบาทของตลาดทุน และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่แต่ละประเทศเผชิญ
ประเทศที่พึ่งพาตลาดทุนลึกและเปิดกว้าง มักกำกับทองผ่านสถาบันตลาดการเงินและเน้นความโปร่งใสของเครื่องมือการลงทุน ขณะที่ประเทศที่ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทุนสำรอง หรือการควบคุมเงินทุนเคลื่อนย้ายมักวางทองคำไว้ในกรอบเชิงยุทธศาสตร์และรวมศูนย์การกำกับมากกว่า
ท้ายที่สุด การกำกับทองคำจึงไม่ใช่เพียงประเด็นทางกฎหมายหรือเทคนิคภาษี หากเป็นภาพสะท้อนว่ารัฐนั้นประเมิน “ความเสี่ยงทางการเงิน” อย่างไร มองทองคำเป็นเพียงสินทรัพย์ลงทุนทางเลือก หรือเป็นกันชนในยามวิกฤต เป็นช่องทางทุนเคลื่อนย้าย หรือเป็นเครื่องมือรักษาเสถียรภาพระบบ
อ่านข่าวต้นฉบับ: ทอง ‘สินค้า vs ผลิตภัณฑ์การเงิน’ แต่ละประเทศกำกับอย่างไร