บล.พายคาด SET วันนี้ (13 มี.ค. 69) เสี่ยงพักฐานในกรอบ 1,400-1,435 จุด อิหร่านประกาศชัดจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ กดดันราคาน้ำมันดิบ Brent ทะลุ 100 ดอลลาร์ กังวลเงินเฟ้อจะกลับมาและเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจ-ตลาดหุ้น-นโยบายการเงินในช่วงถัดไป แนะนำหุ้นธีม Defensive & Energy (PTTEP) แต่หากรับความเสี่ยงต่ำยังแนะ Wait & See
บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ Pi เปิดเผยว่า SET INDEX วันนี้ (13 มีนาคม 2569) เสี่ยงพักฐานในกรอบ 1,400-1,435 จุด รับแรงกดดันจากตะวันออกกลาง เงินเฟ้อ เศรษฐกิจ นโยบายการเงิน ประกอบกับยังคงเห็นการขายสุทธิต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติ
ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นแนะ Wait & See สถานการณ์ยังไม่ชัดเจนและคล้ายกับว่ายังยืดเยื้อ การเลือกหุ้นช่วงนี้เน้นเกาะไปกับ Defensive อาทิ สื่อสาร (ADVANC) โรงพยาบาล (BDMS BCH) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB TTB) น้ำมัน (PTTEP) รวมไปถึงชุดหุ้นข้างต้นที่รักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดี แต่อย่างไรก็ตามจังหวะปรับฐานยังมองเป็นโอกาสรอเข้าสะสมเพราะเชื่อสถานการณ์จะไม่มีปัญหาในระยะยาว
ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิด 739 จุด (-1.5%) นักลงทุนขายหุ้น เพราะยังกังวลกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 9.2% หลังอิหร่านยกระดับการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทั่วตะวันออกกลาง
เมื่อวานช่วงค่ำ ๆ ตามเวลาประเทศไทยผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้ออกมาเผยว่าช่องแคบฮอร์มุซควรจะถูกปิดต่อไปเพื่อเป็นเครื่องมือในการกดดันศัตรู นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่าฐานทัพของสหรัฐในตะวันออกกลางควรถูกปิดโดยทันที เพราะฐานทัพเหล่านี้จะตกเป็นเป้าหมายโจมตีหากยังคงเปิดทำการ ทั้งนี้ อิหร่านเชื่อในมิตรภาพกับประเทศเพื่อนบ้านและอิหร่านมุ่งโจมตีเฉพาะฐานทัพเท่านั้น
เมื่อแถลงออกมาเช่นนั้นทำให้ราคาน้ำมันดิบ BRENT และ WTI ขยับขึ้นทดสอบ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และ 95.7 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล พร้อมกับกดดันตลาดหุ้นฝั่ง US, EU ในขณะเดียวกันนักลงทุนเริ่มมองไปยังข้างหน้าและกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อหรืออาจจะรวมถึงทิศทางดอกเบี้ย สะท้อนผ่านการปรับขึ้นของ US Bond Yield ทั้ง 10 ปี และ 2 ปี ค่าเงิน Dollar กลับมามีทิศทางแข็งค่า นักลงทุนเลือกจะถือครองเงินสดท่ามกลางการลงทุนที่ไม่ชัดเจนด้วยการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าทดสอบ 32.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
หากราคาน้ำมันดิบทรงตัวระดับสูงพร้อมกับเงินบาทที่อ่อนค่าจะเป็นปัจจัยเร่งให้เงินเฟ้อไทยมีโอกาสขยับขึ้น แต่อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีกับการลงทุน เพราะเงินเฟ้อมาจากฝั่งต้นทุน (Cost Push) เงินเฟ้อที่เร่งขึ้นจะกดดันทั้งต้นทุน การบริโภค พร้อมกับการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยที่อาจจะผ่านจุดที่ผ่อนคลายไปแล้ว
ด้านบริษัทจดทะเบียนหากต้นทุนสินค้าเร่งขึ้นและไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนออกไปได้ก็จะกดดันต่อความสามารถในการทำกำไรและมีผลต่อกำไรสุทธิ ทั้งนี้ในช่วงปี 22 ที่เกิดเหตุการณ์เงินเฟ้อพุ่งสูงพบว่าหุ้นที่ยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้แข็งแกร่งประกอบไปด้วย AP BDMS CENTEL COM7 CPALL CPN ERW มองเป็นหุ้นที่แข็งแกร่งสามารถผ่านเงินเฟ้อไปได้ คืนนี้รอติดตามเงินเฟ้อสหรัฐ (PCE) Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 0.4%MoM
อ่านข่าวต้นฉบับ: หุ้นไทยวันนี้ (13 มี.ค.) เสี่ยงพักฐานในกรอบ 1,400-1,435 จุด รับแรงกดดันตะวันออกกลาง