อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานแจง “ค่าการกลั่น” พุ่งช่วงนี้เป็นกลไกปกติ ชี้เป็นผลจากความต่างระหว่างน้ำมันดิบและสำเร็จรูป ที่เป็นดัชนีตลาดสากล และไม่มีผลต่อราคาน้ำมันที่ประชาชนเติม พร้อมเร่งศึกษาแผนนำเข้าน้ำมันรัสเซียหวังช่วยลดภาระประชาชน
นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ซึ่งได้หารือกับผู้ประกอบการกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันในประเทศ ถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับความผันผวนของราคาน้ำมันและประเด็นค่าการกลั่น (Refinery Margin) โดยระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นของกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่าไม่พบความผิดปกติของค่าการกลั่นที่สูงขึ้นในช่วงนี้
โดยการปรับขึ้นนั้นไม่ได้ถูกกำหนดโดยโรงกลั่นหรือภาครัฐ แต่เป็นผลมาจากกลไกตลาดสากลที่คำนวณจากส่วนต่างของ 2 ส่วนหลักคือ ราคาน้ำมันสำเร็จรูป เช่น เบนซิน ดีเซล LPG ที่อิงตามราคาตลาดภูมิภาค หรือม็อบสิงคโปร์ (MOPS) หักลบด้วยต้นทุนน้ำมันดิบที่เป็นไปตามกลไกการซื้อขายล่วงหน้า
นายสราวุธชี้แจงเพิ่มเติมว่า ค่าการกลั่นที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) รายงานนั้น เป็นการสะท้อนสถานการณ์จริงในตลาด ซึ่งมีทั้งช่วงที่เป็นบวกและติดลบ
“ค่าการกลั่นนี้ไม่ได้สะท้อนผลกำไรที่แท้จริงของโรงกลั่นเสมอไป เนื่องจากหากโรงกลั่นไม่มีประสิทธิภาพ แม้ค่าการกลั่นจะสูงก็อาจประสบภาวะขาดทุนได้”
นอกจากนี้ ในกรณีที่ซื้อน้ำมันดิบมาในราคาสูง แต่เมื่อกลั่นเสร็จแล้วราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกกลับปรับตัวลดลง โรงกลั่นก็ต้องแบกรับความเสี่ยงจากการขาดทุนเช่นกัน
เมื่อถามว่าค่าการกลั่นที่สูงจะมีผลกระทบต่อภาคประชาชนอย่างไร นายสราวุธ ย้ำว่า ค่าการกลั่นเป็นเพียงดัชนีที่บอกส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในแต่ละวันเท่านั้น ไม่ได้มีผลโดยตรงต่อราคาที่ประชาชนจ่ายหน้าปั๊ม
โดยราคาขายปลีก ณ สถานีบริการจะอิงจากราคาหน้าโรงกลั่นซึ่งเป็นราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปบวกด้วยภาษีและกองทุนต่าง ๆ ตามกลไกตลาดเสรี ทั้งนี้ในบางช่วงเวลา เช่น สถานการณ์สงคราม ราคาน้ำมันสำเร็จรูปอาจพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากความตื่นตระหนกของตลาด (Panic) แม้ต้นทุนน้ำมันดิบจะยังไม่ปรับขึ้นก็ตาม
สำหรับการปรับขึ้นราคาน้ำมันในสัปดาห์หน้า รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงาน ร่วมกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและจัดทำฉากทัศน์ (Scenario) เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนและนำเสนอต่อ ศบก.ต่อไป
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานยังกล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียว่า ตามข้อสั่งการให้กระทรวงพลังงานไปศึกษาทางเลือก (Explore) พบว่าในเชิงเทคนิคโรงกลั่นในประเทศไทยสามารถรองรับน้ำมันดิบจากรัสเซียได้
โดยขั้นตอนต่อไปจะเป็นการประสานงานร่วมกับกลุ่มโรงกลั่นและเทรดเดอร์ เพื่อพิจารณารายละเอียดการจัดซื้อ ซึ่งเบื้องต้นจะอิงกับราคาน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) เป็นหลัก เพื่อหวังให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานของประเทศ และจัดหาน้ำมันทดแทนจากแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลางที่มีข้อจำกัดในการขนส่งและผลิตในปัจจุบัน
อ่านข่าวต้นฉบับ: ธพ.แจง “ค่าการกลั่น” พุ่งช่วงนี้เป็นกลไกปกติ เร่งแผนนำเข้าน้ำมันรัสเซีย