เกาหลีใต้รายงานว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธราว 10 ลูก เพื่อแสดงแสนยานุภาพ ขณะเกาหลีใต้และสหรัฐซ้อมรบร่วมกัน ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เพิ่มความกังวลด้านความปลอดภัยในคาบสมุทรเกาหลี ขณะที่สงครามอิหร่านก็ยังระอุ
นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานอ้างอิงกองทัพเกาหลีใต้ซึ่งระบุว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธประมาณ 10 ลูกไปยังทะเลตะวันออก เพื่อแสดงแสนยานุภาพทางทหาร ขณะที่เกาหลีใต้ทำการฝึกซ้อมร่วมกับสหรัฐ
คณะเสนาธิการร่วมเกาหลีใต้ (South Korea’s Joint Chiefs of Staff) ระบุว่า ขีปนาวุธถูกยิงจากพื้นที่ซูนัน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติเปียงยาง ประเทศเกาหลีเหนือ และแล่นไปไกลประมาณ 350 กิโลเมตร โดย โคอิซูมิ ชินจิโร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น กล่าวว่า ขีปนาวุธตกนอกเขตเศรษฐกิจพิเศษญี่ปุ่น ไม่มีรายงานความเสียหายต่อเครื่องบินหรือเรือ
คณะเสนาธิการร่วมเกาหลีใต้กล่าวว่า กองทัพเกาหลีใต้เพิ่มการเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับการยิงขีปนาวุธเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐและญี่ปุ่น
การยิงขีปนาวุธครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่กองทัพสหรัฐและเกาหลีใต้ ทำการฝึกซ้อมประจำปีในฤดูใบไม้ผลิ ที่เรียกว่า Freedom Shield ซึ่งมีทหารเข้าร่วมหลายพันนาย ขณะเดียวกัน รัฐบาลภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ก็ทำสงครามในพื้นที่ตะวันออกกลาง
สงครามอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลาง สร้างความกังวลเกี่ยวกับช่องโหว่ด้านความมั่นคงในเกาหลีใต้ โดยสื่อท้องถิ่นคาดการณ์ว่า สหรัฐทำการเคลื่อนย้ายระบบป้องกันขีปนาวุธบางส่วนในเกาหลีใต้ออกไป เพื่อสนับสนุนปฎิบัติการต่อต้านอิหร่าน
เอพี (AP) สอบถามไปยังสำนักงานของ ประธานาธิบดีอี แจมยอง ผู้นำเกาหลีใต้ ว่า กองกำลังสหรัฐในเกาหลีใต้ ทำการเคลื่อนย้ายระบบป้องกันขีปนาวุธระยะสูง (THAAD) ในเมืองซองจู ประเทศเกาหลีใต้ ไปยังตะวันออกกลางหรือไม่ สำนักงานระบุว่า ไม่สามารถยืนยันรายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐได้
สำนักงานกล่าวว่า ความเป็นไปได้ในการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการป้องกันประเทศของกลุ่มพันธมิตร ต่อเกาหลีเหนือซึ่งมีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง โดยอ้างถึงความแข็งแกร่งทางทหารแบบดั้งเดิมของเกาหลีใต้ ก่อนหน้านี้สำนักงานเคยให้คำตอบในลักษณะเดียวกัน ต่อรายงานข่าวเรื่องความเป็นไปได้ในการเคลื่อนย้ายระบบป้องกันขีปนาวุธแพทริออต (Patriot) ออกจากเกาหลีใต้
การยิงขีปนาวุธเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ คิม มิน–ซอก นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญอันดับสอง รองจากอี แจมยอง พบหารือทรัมป์ ในกรุงวอชิงตัน โดยแสดงความหวังที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ เพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ตามที่อี แจมยองต้องการ
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีใต้บางคนกล่าวว่า การเยือนจีนของทรัมป์ ในวันที่ 31 มีนาคม อาจสร้างโอกาสในการเจรจากับเกาหลีเหนือ แต่การที่เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธในครั้งนี้ ดูเหมือนจะทำให้ความหวังดังกล่าวริบหรี่ลง โดยเป็นสัญญาณการท้าทายของเปียงยาง ซึ่งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาได้เพิ่มท่าทีแข็งกร้าวต่อโซล และเรียกร้องให้สหรัฐยกเลิกข้อเรียกร้องเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ เป็นเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการเจรจา
เกาหลีเหนือกล่าวมานานแล้วว่า การซ้อมรบของเกาหลีใต้และสหรัฐเป็นการซ้อมรบเพื่อรุกราน และมักใช้เป็นข้ออ้างในการแสดงแสนยานุภาพทางทหารหรือการทดสอบอาวุธ และในปีก่อน ๆ เกาหลีเหนือก็ทำการยิงขีปนาวุธหรือปืนใหญ่หลายครั้ง โดยอ้างว่า เป็นการจำลองการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ต่อเป้าหมายในเกาหลีใต้
การฝึกซ้อม Freedom Shield ซึ่งกินเวลา 11 วัน และจะสิ้นสุดในวันที่ 19 มีนาคม เป็นหนึ่งในสองการฝึกซ้อมประจำปีของกองทัพสหรัฐและเกาหลีใต้ โดยการฝึกซ้อมส่วนใหญ่จำลองด้วยคอมพิวเตอร์ มีจุดประสงค์เพื่อทดสอบขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกันของพันธมิตร และจะฝึกควบคู่ไปกับโครงการฝึกภาคสนามที่เรียกว่า Warrior Shield
อ่านข่าวต้นฉบับ: เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธราว 10 ลูก แสดงแสนยานุภาพ