ข้อมูลเผยแพร่ครั้งแรก 20 มี.ค.2026 และอัพเดตเมื่อ 21 มี.ค. 2026 เวลา 10.25 น.
กลุ่มประเทศชั้นนำมหาอำนาจทางทะเล ในยุโรปและญี่ปุ่นออกแถลงการณ์ร่วมโดยระบุว่าพร้อมที่จะร่วมมือกันเพื่อรับประกันความปลอดภัยในการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และจะดำเนินการเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดพลังงาน
แถลงการณ์ฉบับเต็มจากสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ซึ่งล้วนมีแสนยานุภาพเกรียงไกรเมื่อ 19 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่น ดังนี้
เราขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการโจมตีเรือพาณิชย์ที่ไม่มีอาวุธในอ่าวเปอร์เซีย การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน รวมถึงแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซ และการปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัยโดยกองกำลังอิหร่าน
เราแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น เราเรียกร้องให้อิหร่านยุติการข่มขู่ การวางทุ่นระเบิด การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธ และความพยายามอื่นๆ ในการปิดกั้นช่องแคบสำหรับเรือพาณิชย์โดยทันที และปฏิบัติตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 2817
เสรีภาพในการเดินเรือเป็นหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล
ผลกระทบจากการกระทำของอิหร่านจะส่งผลต่อผู้คนทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เปราะบางที่สุด
สอดคล้องกับมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 2817 เราเน้นย้ำว่าการแทรกแซงการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานพลังงานทั่วโลกนั้นถือเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ ในเรื่องนี้ เราเรียกร้องให้มีการระงับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอย่างครอบคลุมโดยทันที รวมถึงแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซ
เราแสดงความพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในความพยายามที่เหมาะสมเพื่อให้มั่นใจถึงการผ่านช่องแคบอย่างปลอดภัย เรายินดีกับการที่ประเทศต่างๆ กำลังวางแผนเตรียมการ
เรายินดีกับการตัดสินใจของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศที่อนุญาตให้มีการปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์อย่างเป็นระบบ เราจะดำเนินการอื่นๆ เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดพลังงาน รวมถึงการทำงานร่วมกับประเทศผู้ผลิตบางประเทศเพื่อเพิ่มผลผลิต
เราจะดำเนินการให้การสนับสนุนแก่ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด รวมถึงผ่านทางองค์การสหประชาชาติและสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IFIs)
ความมั่นคงทางทะเลและเสรีภาพในการเดินเรือเป็นประโยชน์ต่อทุกประเทศ เราเรียกร้องให้ทุกรัฐเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและยึดมั่นในหลักการพื้นฐานของความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงระหว่างประเทศ
ในทางประวัติศาสตร์ นับเป็นแถลงการณ์สนับสนุนทางการเมืองของมหาอำนาจทางทะเลซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในยุคล่าอาณานิคม สงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 อย่างสหราชอาณาจักร หรืออดีตจักรวรรดิอังกฤษที่เคยได้ชื่อว่ามีกองทัพเกรียงไกรที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ รวมถึงฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ (ฮอลแลนด์หรือฮอลันดา) อิตาลีที่มีทำเลที่ตั้งล้อมรอบด้วยทะเล เป็นรูปเกือกม้า จนพัฒนาแสนยานุภาพทางทะเลที่แทบไม่มีใครกล้าท้าทายในประวัติศาสตร์ รวมถึงญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศเกาะที่โจมตีท่าเรือเพิร์ล ฮาร์เบอร์ของสหรัฐสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จุดเปลี่ยนที่ทำให้สหรัฐเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 เต็มตัว
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐเทียบเชิญชาติพันธมิตรให้ช่วยคุ้มครองเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้เดินทางอย่างปลอดภัย โดยระบุว่ามี 7 ชาติตอบรับคำเชิญ
อินเดียส่งเรือคุ้มครองช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อคุ้มครองเรืออินเดีย ต่อมาล่าสุด อังกฤษอนุญาตให้สหรัฐใช้ฐานทัพโจมตีอิหร่านเพื่อคุ้มครองการเดินเรือ เมื่อวานนี้ (20 มีนาคม) ที่เพิ่งผ่านมา
อ่านข่าวต้นฉบับ: เปิดแถลงการณ์ฉบับเต็ม 6 มหาอำนาจทางทะเล รับประกันความปลอดภัยเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ