ไทยจับตาสหรัฐ เร่งปิดดีลเจรจาการค้ากับประเทศคู่ค้าหลายประเทศ ก่อนกรอบเวลาสำคัญจะสิ้นสุดลงในเดือนกรกฎาคมนี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากมาตรการการค้าของสหรัฐที่ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการส่งออกไทย โดยเฉพาะประเด็นมาตรา 301 และมาตรา 122 ที่ยังอยู่ในวงเจรจา และอาจส่งผลต่อทิศทางภาษีนำเข้าในระยะถัดไป
นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ช่วงเวลาจากนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมถือเป็นจังหวะสำคัญ เนื่องจากสหรัฐมีแนวโน้มเร่งผลักดันการพูดคุยกับประเทศคู่ค้าหลายประเทศเพื่อหาข้อยุติในประเด็นค้างคา
ขณะนี้ไทยยังอยู่ภายใต้อัตราภาษี 10% ซึ่งแม้ยังไม่ถือเป็นระดับสูงสุด แต่ก็มีผลผู้ส่งออกและภาคธุรกิจที่พึ่งพาตลาดสหรัฐอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะในภาวะที่ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งยังอยู่ในระดับสูง หากการเจรจาไม่สามารถหาข้อสรุปได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด ไทยอาจต้องเผชิญความเสี่ยงจากมาตรการเพิ่มเติมของสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการคงภาษีเดิม การปรับขึ้นภาษี หรือการใช้เครื่องมือทางการค้าอื่นควบคู่กัน
สำหรับมาตรา 301 นั้น ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สหรัฐใช้ตอบโต้ประเทศคู่ค้าที่ถูกมองว่ามีนโยบายการค้ากระทบต่อผลประโยชน์ของสหรัฐ โดยที่ผ่านมาเคยถูกนำมาใช้กับหลายประเทศ รวมถึงจีน และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขึ้นภาษีเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงค่าธรรมเนียมและมาตรการอื่นที่อาจกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศได้เช่นกัน
ขณะที่มาตรา 122 ก็เป็นอีกประเด็นที่ไทยต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างภาษีและการตัดสินใจเชิงนโยบายของสหรัฐในระยะสั้น
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ทำงานต่อเนื่องกับสหรัฐมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และยังคงมีการหารือในระดับเทคนิคอย่างสม่ำเสมอ แม้ฝ่ายสหรัฐจะมีข้อจำกัดด้านบุคลากรและต้องดูแลการเจรจากับหลายประเทศในเวลาเดียวกันก็ตาม โดยเป้าหมายของไทยคือการรักษาช่องทางการสื่อสาร ชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นที่เกี่ยวข้อง และลดความเสี่ยงที่มาตรการทางการค้าจะส่งผลกระทบต่อภาคส่งออกไทยในวงกว้าง
พร้อมกันนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้นมารับมือผลกระทบจากภาษีสหรัฐ โดยมีภารกิจครอบคลุมทั้งการประเมินผลกระทบด้านการค้า การลงทุน แรงงาน และมาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเตรียมข้อมูลสำหรับใช้ในการกำหนดท่าทีเจรจาอย่างเป็นระบบและรอบด้านมากขึ้น
ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับการประสานข้อมูลกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผู้ประกอบการไทยเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากทุกการเปลี่ยนแปลงของนโยบายภาษีสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร หรือภาคการผลิตอื่น ๆ ที่มีตลาดสหรัฐเป็นปลายทางหลัก การรวบรวมข้อมูลจากภาคธุรกิจจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การเจรจาของไทยสะท้อนผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง
“สิ่งที่ต้องจับตาจากนี้ไม่ใช่เพียงผลการเจรจาในเชิงภาษีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะใช้มาตรการอื่นเพิ่มเติมหลังสิ้นสุดกรอบเวลาสำคัญในเดือนกรกฎาคม ซึ่งอาจมาในรูปแบบของค่าธรรมเนียม ข้อกำหนดพิเศษ หรือมาตรการเชิงเทคนิคอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยได้โดยตรง”
อย่างไรก็ดี การลุ้นปิดดีลมาตรา 301 และมาตรา 122 ก่อนสิ้นสุดเดือนกรกฎาคม จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของไทยในช่วงเวลานี้ เพราะหากสามารถคลี่คลายประเด็นได้ทัน ก็จะช่วยลดแรงกดดันจากภาษี 10% ที่กำลังกระทบภาคส่งออกอยู่ในปัจจุบัน แต่หากการเจรจายืดเยื้อหรือไม่เป็นผล ความไม่แน่นอนทางการค้าอาจเพิ่มขึ้นทันที และจะกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี
อ่านข่าวต้นฉบับ: ไทยเร่งเจรจาสหรัฐ หวังปิดดีล 301 ก่อนเส้นตาย ก.ค.นี้
