“เอกนิติ” เผยรัฐบาลเตรียมดูแลผลกระทบ 5 กลุ่ม ได้รับผลกระทบราคาน้ำมันแพง หลังรัฐประกาศไม่อุ้มดีเซลเกิน 33 บาทต่อลิตร เผยเตรียมใช้งบฯกลางอุดหนุนผู้ถือบัตรสวัสดิการ 13.4 ล้านคน ช่วยค่าอาหาร-ค่าไฟ ขณะที่กลุ่มรถบรรทุก-รถประจำทาง เล็งอุดหนุนผ่าน “พร้อมเพย์”
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ถึงการดูแลผู้ได้ผลกระทบราคาน้ำมันจากการที่รัฐบาลจะไม่ตรึงราคาน้ำมันดีเซลเกิน 33 บาทต่อลิตร ว่ารัฐบาลมีแนวคิดดูแล 5 กลุ่มด้วยกัน
ประกอบด้วย 1.กลุ่มเปราะบาง ที่มีรายได้น้อยต่ำกว่า 1 แสนบาทต่อปี หรือกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประมาณ 13.4 ล้านคน ซึ่งตรงนี้มีฐานข้อมูล มีกลไกในการจ่ายเงินอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี ต้องรอใช้งบฯกลาง ในการดำเนินการ โดยต้องรอตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยแล้วก่อน
“ตรงนี้ต้องดูเรื่องงบประมาณด้วย กำลังพิจารณากันอยู่ ซึ่งในบัตรสวัสดิการจะมีหลายรายการ อย่างค่าอาหาร ค่าไฟฟ้า ซึ่งหมวดน้ำมันอาจจะไปอยู่ในค่าไฟฟ้าได้ ก็คงอยู่ในนี้”
2.กลุ่มขนส่ง มีทั้งรถประจำทางทั่วประเทศ และรถบรรทุก ซึ่งกลุ่มนี้จะส่งผ่านไปยังราคาสินค้า ตรงนี้กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม มีฐานข้อมูลอยู่ครบถ้วน โดยการช่วยเหลือทำได้ 2 แบบ อย่างรถบรรทุกที่มี 3.6 แสนราย ส่วนรถประจำทางที่มีประมาณเกือบ 3 หมื่นราย
“กลุ่มขนส่งนี้สามารถทำได้ 2 ช่องทาง หนึ่งคือ จ่ายอุดหนุนผู้ประกอบการที่ต้องไปเติมน้ำมัน ส่วนอีกทางคือจ่ายที่ตัวคนที่ขับ ตรงนี้กระทรวงคมนาคมกำลังดูอยู่ โดยสามารถจ่ายผ่านระบบพร้อมเพย์ได้ทันที”
3.กลุ่มเกษตรกร แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ เกษตรกรที่ทำการเพาะปลูก ที่เผชิญผลกระทบจากปุ๋ยราคาแพงขึ้น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะช่วยดูจัดหาปุ๋ยราคาถูก ปุ๋ยอินทรีย์มารองรับผลกระทบ กับกลุ่มประมง ซึ่งถือเป็นกลุ่มเกษตรกรเช่นกัน ที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น โดยทางกระทรวงคมนาคมจะเข้าไปช่วยดูแลเรื่องน้ำมัน B20 ที่ทางกระทรวงพลังงานกำลังเร่งทำออกมา
4.กลุ่มผู้รับเหมางานภาครัฐ ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอการทำสัญญา ดังนั้น ส่วนนี้จะมีการพิจารณาปรับค่า “K” หรือค่าชดเชยงานสิ่งก่อสร้างให้ โดยสำนักงบประมาณมีสูตรในการปรับอยู่แล้ว
และ 5.กลุ่มภาคบริการ ได้มีการเตรียมสินเชื่อซอฟต์โลน ดอกเบี้ยต่ำไว้ เพื่อเสริมสภาพคล่อง
“สถานการณ์แบบนี้ เราเคยเจอตอนสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งกลไกต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เคยนำมาใช้ แต่ครั้งนี้อาจจะรุนแรง และยาวนานกว่า ก็ต้องเตรียมพร้อมไว้ก่อ่น วันนี้ข้อจำกัดคือเรื่องกฎหมาย ก็ต้องรอตั้งรัฐบาลก่อน พอมีรัฐบาลใหม่ก็สามารถดำเนินการได้เลย”
รองนายกฯ และ รมว.คลัง กล่าวว่า เนื่องจากการจะช่วยเหลือในภาพรวมทั้งหมดจะต้องใช้เงินงบประมาณมหาศาล จึงต้องทำแบบพุ่งเป้ามากขึ้น ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ก็ต้องดูแลเรื่องราคาสินค้าอื่น ๆ ไม่ให้กระทบประชาชนด้วย
“วันนี้เกิดวิกฤตพลังงานทั่วโลก การจะไปฝืนราคาตลาด จะทำให้เกิดการบิดเบือน ถ้าไปฝืนก็จะเกิดการกักตุน แล้วเราก็จะเสียทรัพยากร งบประมาณไปในที่ที่ไม่จำเป็น” ดร.เอกนิติกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับ: เล็งเติม ‘บัตรคนจน’ 13.4 ล้าน ปรับค่า K ช่วยผู้รับเหมางานรัฐ ผลกระทบน้ำมันแพง