พาณิชย์ลุยตรวจสถานประกอบการรวม 2,726 จุด คุมเข้มราคาสินค้า พบปั๊มน้ำมันผิด 14 ราย บ่ายวันนี้ หารือ กกร. เตรียมเพิ่มสินค้าควบคุมเป็น 71 ราย ขณะที่ ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ กระจายลงพื้นที่ตลาด ร้านค้า ติดตามราคา ปริมาณสินค้าอย่างใกล้ชิด มีการรายงานต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น ย้ำจะดูแลสินค้าอย่างเป็นธรรม
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และในฐานะโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและค่าครองชีพอย่างใกล้ชิดโดยผลการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 76 จังหวัด ระหว่างวันที่ 5–24 มีนาคม 2569 พบว่า มีการตรวจสอบสถานประกอบการรวม 2,726 แห่ง แบ่งเป็น สถานีบริการน้ำมัน 1,650 แห่ง ร้านจำหน่ายปุ๋ย 569 แห่ง และตลาด/ห้างค้าปลีกค้าส่ง 507 แห่ง
จากการตรวจสอบ พบการกระทำผิดกฎหมายในสถานีบริการน้ำมัน 14 ราย ใน 9 จังหวัด ส่วนใหญ่เป็นความผิดฐานไม่ปิดป้ายแสดงราคา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว
ขณะเดียวกัน การรับเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ระหว่างวันที่ 1–24 มีนาคม 2569 มีเรื่องร้องเรียนสะสม 372 เรื่อง โดยตรวจสอบแล้ว 137 เรื่อง พบการกระทำผิด เช่น ไม่แสดงราคา จำหน่ายสินค้าไม่ตรงราคา และป้ายราคาไม่ชัดเจน รวม 18 ราย ขณะที่อีก 119 เรื่องไม่พบความผิด และอยู่ระหว่างตรวจสอบอีก 235 เรื่อง
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องร้องเรียนกรณีจำหน่ายสินค้า “ราคาเกินสมควร” จำนวน 33 เรื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบต้นทุน หากพบความผิดจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด สำหรับสถานการณ์ราคาสินค้าโดยรวม พบว่าสินค้ายังมีปริมาณเพียงพอ แม้บางรายการ เช่น เนื้อสุกร เนื้อไก่ และไข่ไก่ มีการปรับราคาสูงขึ้นตามต้นทุนขนส่งและวัตถุดิบ รวมถึงสินค้าบรรจุภัณฑ์ที่ปรับเพิ่มตามห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่อาหารปรุงสำเร็จในตลาดยังคงตรึงราคาเพื่อรักษาฐานลูกค้า
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อลดภาระค่าครองชีพ อาทิ การจัดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด (ธงฟ้า) การเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้ค้าปลีกเพื่อลดต้นทุน และการกำกับดูแลราคาสินค้าอย่างเข้มงวด
ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เรียกประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อพิจารณาเพิ่มรายการสินค้าควบคุมอีก 12 รายการ ส่งผลให้จำนวนสินค้าควบคุมรวมเพิ่มเป็น 71 รายการ พร้อมกันนี้ ยังเตรียมยกระดับมาตรการกำกับดูแลสินค้าอีก 13 รายการ จากเดิมที่เพียงแจ้งเปลี่ยนแปลงราคา เป็นต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคา เช่น กระดาษชำระ แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ผ้าอนามัย และสบู่ ทั้งนี้ หากที่ประชุม กกร. เห็นชอบ จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ต่อไป
วันที่ 24 มีนาคม 2569 กระทรวงพาณิชย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดนนทบุรี ครอบคลุม 5 จุดสำคัญ ได้แก่ ตลาดยอดพิมาน เขตพระนคร ตลาดอ่อนนุช (ใต้) ตลาดบวรร่มเกล้า ตลาดเยสบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และตลาดดวงแก้ว จังหวัดนนทบุรี
โดยนายรัชวิชญ์ ปิยะปราโมทย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตลาดเยสบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตลาดยอดพิมาน เขตพระนคร นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตลาดอ่อนนุช (ใต้) และนายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตลาดดวงแก้ว จังหวัดนนทบุรี และตลาดบวรร่มเกล้า ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้า ปริมาณสินค้า และภาระค่าครองชีพของประชาชนในแต่ละพื้นที่
จากการลงพื้นที่พบว่า ภาพรวมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีความผันผวนในบางรายการ โดยเฉพาะสินค้าอาหารสด เช่น เนื้อหมูและไข่ไก่ที่มีการปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศและต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับสูงขึ้น โดยหมูสันคอเป็นส่วนที่ปรับขึ้นมากที่สุด
ด้านสินค้าไก่ พบว่าราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากสภาพอากาศร้อน ส่งผลให้ปริมาณไก่ในตลาดลดลง ขณะที่ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับสูงขึ้น ยังส่งผลต่อทั้งการเลี้ยงสัตว์และการขนส่งสินค้า
ในส่วนของอาหารทะเล พบว่าปลากะพงมีการปรับราคาสูงขึ้น ขณะที่อาหารทะเลชนิดอื่นยังคงราคาทรงตัว ด้านข้าวสารยังคงจำหน่ายในราคาเดิม ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการสะท้อนว่าต้นทุนพลังงานและการขนส่งส่งผลกระทบต่อการจัดหาสินค้า โดยเฉพาะการรับผักจากภาคเหนือที่มีปริมาณลดลง สำหรับบรรจุภัณฑ์และถุงพลาสติกก็ปรับราคาสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าส่วนใหญ่ยังคงตรึงราคาสินค้า โดยยอมลดกำไรลงเพื่อไม่ให้กระทบผู้บริโภค โดยเฉพาะร้านธงฟ้า ยังคงจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จในราคา 30 บาทหากประชาชนพบการกระทำผิด สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน โทร. 1569 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคร่วมกับกรมการค้าภายใน ณ ตลาดถนอมมิตร เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร โดยมี นายสราวุธ ฉายาวิริยะ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านตรวจสอบและระบบการตรวจสอบ กรมการค้าภายใน และนายศุภกร กิจคณากร เจ้าของตลาด เข้าร่วมด้วย ซึ่งการลงพื้นที่ในวันนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ เร่งลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าทันทีทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ดูแลทั้งด้านราคาและปริมาณสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพ และสร้างความมั่นใจว่าสินค้าจำเป็นยังมีเพียงพอและจำหน่ายในราคาที่เป็นธรรม
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์สินค้า ณ ตลาดถนอมมิตร พบว่า สินค้าอุปโภคบริโภคหลักยังมีปริมาณจำหน่ายเพียงพอ ในขณะที่ราคาสินค้ามีทั้งปรับเพิ่มขึ้น ทรงตัว และลดลง ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า อาทิ เนื้อหมูราคาปรับขึ้นจากเดือนที่ผ่านมา โดยเนื้อแดงสะโพกที่ตัดแต่งแล้วราคาอยู่ที่ 160 บาท/กก. ในขณะที่สินค้าไก่ราคาปรับตัวสูงในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ราคาขณะนี้ยังทรงตัว และคาดว่าราคาไก่ไม่น่าปรับตัวสูงไปกว่านี้เนื่องจากราคาจากโรงงานเริ่มมีแนวโน้มลดลง สำหรับสินค้าไข่ไก่พบว่าราคาปรับเพิ่มขึ้นจากสองสัปดาห์ที่แล้วเล็กน้อย โดยไข่ไก่เบอร์ 3 ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 3.7 บาท/ฟอง ปรับเพิ่มขึ้นมา 20 สตางค์ ในส่วนของสินค้าผักสดบางประเภทราคาปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย เช่น ต้นหอม มะเขือ มะนาว เนื่องจากสภาพอากาศที่ส่งผลให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง ในขณะที่ผักอื่น ๆ เช่น ผักกาด กะหล่ำปลี (ที่ตกแต่งแล้ว) ไม่มีการปรับขึ้นราคา และอาหารทะเลสดก็พบว่าไม่มีการปรับขึ้นราคาเช่นเดียวกัน
สำหรับสินค้าในร้านขายของชำ บางรายการปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย เช่น ถุงพลาสติก และน้ำมันพืช แต่ข้าวสารยังไม่ปรับขึ้นราคา ในขณะที่ร้านขายอาหารปรุงสุก เช่น ร้านข้าวแกง ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านข้าวมันไก่ ร้านข้าวไข่เจียว ไม่มีการปรับขึ้นราคา เนื่องจาก พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ยอมแบกรับต้นทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของบรรจุภัณฑ์พลาสติก เช่น ถุงพลาสติก กล่องบรรจุอาหาร รวมถึงยางวง ที่มีปรับราคาสูงขึ้น แต่ยังไม่มีการปรับขึ้นราคาขายอาหารเพื่อรักษากลุ่มลูกค้าประจำไว้
ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามปริมาณสต็อกสินค้าและโครงสร้างต้นทุนอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าทุกประเภท ตั้งแต่อาหารปรุงสำเร็จ อาหารสำเร็จรูป ผักและผลไม้ ไข่ไก่ บรรจุภัณฑ์พลาสติก รวมถึงสินค้าโปรตีนสำคัญ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ และอาหารทะเล ควบคู่กับการสอบถามผู้ประกอบการถึงโครงสร้างต้นทุนอย่างละเอียด เพื่อแยกให้ชัดเจนว่าสินค้าที่จำหน่ายเป็นต้นทุนเดิมหรือต้นทุนใหม่ ซึ่งหากเป็นสินค้าที่ผลิตจากวัตถุดิบหรือสต็อกเดิมจะต้องไม่มีการปรับขึ้นราคาอย่างเด็ดขาด และหากพบการกักตุนหรือฉวยโอกาสขึ้นราคา จะดำเนินการตามกฎหมายทันที
ทั้งนี้ หากตรวจพบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา กักตุนสินค้า หรือปฏิเสธการจำหน่าย จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยกรณีไม่ติดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และกรณีจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควร กักตุนสินค้า หรือปฏิเสธการจำหน่าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569
อ่านข่าวต้นฉบับ: พาณิชย์ ลุยตรวจ 2,726 จุด เจอปั๊มผิด 14 ราย จ่อเพิ่มสินค้าควบคุมแตะ 71 รายการ
