บล.เอเซีย พลัส ชี้ตลาดลุ้นเจรจาสงครามดันฟันด์โฟลว์ไหลกลับ เตือนไทยรับแรงกระแทกน้ำมันพุ่ง 6 บาท เสี่ยง Stagflation ชูหุ้นหน้าร้อน-บอลโลกเด่น
รายงานจากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า เอเซีย พลัส ประเมินทิศทางตลาดการลงทุนว่า เริ่มมีความหวังจากการเจรจาทางการทูตเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 26 แม้ล่าสุดอิหร่านจะปฏิเสธเงื่อนไข 15 ข้อของสหรัฐก็ตาม แต่บรรยากาศโดยรวมที่ผ่อนคลายลงได้ช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นตัว โดยตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นถึง +3.4% ผสานกับกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่พลิกกลับมาซื้อสุทธิอย่างหนาแน่นถึง 4.8 พันล้านบาท ซึ่งเป็นการซื้อสุทธิสะสม 4 ใน 5 วันที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยเตือนว่ายังต้องจับตาความเสี่ยงจากการยกระดับทางทหาร หลังกระทรวงกลาโหมสหรัฐมีแผนส่งทหารกองพลร่มที่ 82 อีกราว 4,000 นายไปยังตะวันออกกลางเพื่อสมทบกับกำลังเดิมที่มีอยู่ 50,000 นาย รวมถึงความกังวลด้านเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ที่สถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Goldman Sachs ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์โอกาสเกิดภาวะถดถอยในสหรัฐภายใน 12 เดือนข้างหน้าขึ้นเป็น 30% (จากเดิม 25%) เนื่องจากผลกระทบของต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
น้ำมันไทยพุ่ง 6 บาท/ลิตร สภาพัฒน์เตือนเสี่ยง Stagflation สำหรับผลกระทบในประเทศไทย ปัญหาต้นทุนพลังงานกำลังเป็นโจทย์ใหญ่ ล่าสุดคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด (ทั้งดีเซลและเบนซิน) 6 บาทต่อลิตรทันที ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. 2026 หลังจากที่กองทุนน้ำมันต้องแบกรับภาระจนติดลบสะสมกว่า 35,000 ล้านบาท ทำให้รัฐบาลไม่สามารถตรึงราคาได้อีกต่อไป
ขณะที่ค่าไฟฟ้างวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 26 ก็มีแนวโน้มปรับขึ้นมาอยู่ในกรอบ 3.95-4.59 บาทต่อหน่วย
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ประเมินว่าราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ 1 บาท จะฉุด GDP ของไทยให้ลดลง 0.02% และได้ประเมินความเสี่ยงเศรษฐกิจไว้ 3 ระดับ โดยหากสงครามยืดเยื้อราว 3 เดือน (Risk Case) ราคาน้ำมันดิบจะอยู่ที่ 95-105 เหรียญต่อบาร์เรล ดันให้เงินเฟ้อไทยพุ่งระดับ 1.9% และเสี่ยงเข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือภาวะของแพงแต่เศรษฐกิจฝืด
ทั้งนี้ ต้นทุนที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง กลุ่มวัสดุก่อสร้าง และกลุ่มค้าปลีก-ค้าส่ง (โดยเฉพาะ CPALL ที่มีสาขามากที่สุด) ขณะที่กลุ่มโรงพยาบาลจะได้รับผลกระทบจำกัดเนื่องจากสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้และอุปสงค์การรักษามีความยืดหยุ่นต่ำ
กลยุทธ์การลงทุน: ชูหุ้น High Season อากาศร้อนจัด – เก็งกำไรรับบอลโลก 2026 ในสภาวะตลาดเช่นนี้ บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกลุ่ม High Season ช่วงหน้าร้อน เนื่องจากปีนี้เปลี่ยนผ่านจากลานีญาสู่เอลนีโญ ทำให้อากาศร้อนกว่าปกติ ซึ่งงานวิจัยระบุว่าผู้คนจะกระหายน้ำเพิ่มขึ้น 2.1% ในทุก ๆ อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส ฝ่ายวิจัยแนะนำทยอยสะสมหุ้นที่ราคาปรับย่อตัวลงมาลึก ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF, BGRIM, GPSC) และกลุ่มร้านค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องดื่ม (CPN, HMPRO, CBG, OSP, ICHI)
นอกจากนี้ สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ แนะนำเก็งกำไรในธีมฟุตบอลโลก FIFA WORLD CUP 2026 ที่สหรัฐ เม็กซิโก และแคนาดา จะเป็นเจ้าภาพร่วมในช่วงเดือน 11 มิ.ย.-19 ก.ค. นี้ ซึ่งเป็นการจัดการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาถึง 104 นัด โดยกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดคือ “กลุ่มเครื่องดื่มเบียร์” ที่สถิติในอดีตชี้ว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 3% ในปีที่มีการจัดแข่งขัน แนะนำเก็งกำไรหุ้น ANHEUSER-BUSCH INBEV (ABI BB) ผู้ผลิตเบียร์อันดับ 1 ของโลก ที่มีแบรนด์ดังระดับโลกและครองส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐสูงถึง 36%
อ่านข่าวต้นฉบับ: เอเซีย พลัส เตือนไทยรับแรงกระแทกน้ำมันพุ่ง 6 บาท เสี่ยง Stagflation