ศุภจี เผยพร้อมจัดมาตรการดูแล ควบคุมราคาสินค้ายอมรับถูกกดดันจากราคาน้ำมัน กระทบต้นทุนพุ่ง ย้ำอาจจะคุมไม่ทุกหมวดสินค้า แต่พร้อมดูแล ขณะที่การดูแลค่าครองชีพ เร่งจัดธงฟ้ากระจายทุกจังหวัดทั่วประเทศ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอน รัฐบาลพร้อมเข้าไปดูแล โดยเฉพาะเรื่องผลกระทบจากราคาน้ำมัน พร้อมจะดูแลครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย และทุกรายการ ให้มีความเหมาะสม ให้อยู่ได้ทั้งระบบ แต่ก็ยอมรับว่า สินค้าที่อยู่นอกรายการสินค้าควบคุมอาจจะมีการปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด แต่ทั้งนี้ ก็จะพยายามเข้าไปดูแลติดตามช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด
“วันนี้ (26 มีนาคม 2569) กระทรวงพาณิชย์ได้เสนอ รายการสินค้าควบคุม และมาตรการดูแลราคาสินค้า เบื้องต้น ครม.ให้เห็นชอบแล้ว โดยมาตรการ การดูแลราคาสินค้าควบคุม โดยเฉพาะรายการสินค้าเดิม 59 รายการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการประกาศเพื่อให้มีผลบังคับใช้ ส่วนการเพิ่มสินค้าควบคุม 7 รายการนั้น ได้แก่ เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด และซอสปรุงรส (น้ำปลา ซีอิ้ว) โดยสินค้าดังกล่าวผ่าน ครม. เห็นชอบ
ขณะที่ มะพร้าวอ่อนและผลิตภัณฑ์ ปลากระพงขาว และกากถั่วเหลือง ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดที่จะขอเพิ่มเป็นรายการสินค้าควบคุม คาดว่าในเร็วๆนี้จะมีความชัดเจนต่อไป
ด้าน นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า การดูแลราคาปุ๋ยขณะนี้อยู่ระหว่างการ หาช่องทางนำเข้า เนื่องจากผลกระทบจากตะวันออกกลาง ซึ่งมีการพิจารณานำเข้าบางส่วนมาจากมาเลเซียและบรูใน แต่ทั้งนี้ยืนยันว่าปริมาณสต๊อกปุ๋ยยังคงมีเพียงพอต่อการเพาะปลูกในช่วงเดือนเมษายน 2569 นี้
“สต๊อกปุ๋ยจะมีปริมาณการใช้เพียงพอ นฃคาดประมาณ 16 – 17 ล้านกระสอบ โดยพืชเกษตรสำคัญที่มีความต้องการเช่นข้าวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มันสำปะหลังซึ่งกรมก็จะหามาตรการเข้าไปดูแลโดยอาจจะมีการจัดปุ๋ยราคาพิเศษ โครงการธงเขียว เพื่อให้เกษตรกรได้เข้าถึง”
ส่วนในเรื่องของมาตรการดูแลค่าครองชีพกรมเตรียมจัดมาตรการธงฟ้าซึ่ง ในช่วง 4 เดือนจะเร่งจัดกิจกรรมธงฟ้าราคาพิเศษ จากปกติตามงบประมาณจะจัดได้ 60 ครั้ง แต่ครั้งนี้ จะพยายามของบประมาณเพิ่มเเติมเพื่อเพิ่มการจัดงานอีก 152 ครั้ง รวมแล้วการจัดงานทั้งปีอยู่ที่ 212 ครั้ง พร้อมทั้งมีเป้าหมายที่จะกระจายให้ได้ทุกจังหวัดจังหวัดละ 2 ครั้งเพื่อเป็นการช่วยเหลือค่าของชีพให้กับประชาชน โดยสินค้าเป้าหมาย เช่น ข้าว น้ำมันพืช น้ำตาลทราย ไข่ไก่ ซึ่งจะมีการลดราคาสูงสุด
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กล่าวว่า สนค.ได้มีการประเมินผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกไว้ 3 ระดับ คือ 80 เหรียญสหรัฐค่อบาเรลล์ 100 เหรียญสหรัฐค่อบาเรลล์ และ 120 เหรียญสหรัฐค่อบาเรลล์ โดยจากการประเมินเบื้องต้นหากราคาน้ำมันอยู่ที่ 120 เหรียญสหรัฐต่อบาเรลล์ จะกระทบต่อเงินเฟ้อไทยทั้งปีเกิน 3% แต่อย่างไรก็ดียังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะ กระทบเงินเฟ้อเท่าไหร่ซึ่งคาดว่าจะมีการประเมินตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนมีนาคม 2569 นี้
สำหรับปัจจัยหลักที่จะกระทบให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ พลังงานและค่าไฟฟ้า, อาหารสด, สินค้าอุปโภคบริโภค และภาคบริการ แม้ว่าขณะนี้ราคาน้ำมันจะแกว่งตัวอยู่ที่ประมาณ 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่สถานการณ์มีความไม่แน่นอนสูงมาก
อ่านข่าวต้นฉบับ: ศุภจี คุมเข้มสินค้าควบคุม รับต้นทุนพุ่ง ลุยธงฟ้าทั่วประเทศ