ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มตึงเครียดขึ้น
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางมีแนวโน้มตึงเครียดขึ้น ภายหลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์และอุตสาหกรรมเหล็กของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีต่อฐานทัพของสหรัฐในซาอุดีอาระเบีย
นอกจากนี้ หลังตลาดปิด กลุ่มฮูตีได้เปิดฉากยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอล ซึ่งเป็นสัญญาณว่ากลุ่มฮูตีเตรียมเปิดแนวรบใหม่เพื่อโจมตีเรือในช่องแคบบับเอล-มันเดบ (Bab el-Mandeb Strait) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทะเลแดง โดยคาดจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเปลี่ยนการส่งออกน้ำมันดิบมายังท่าเรือยันบู (Yanbu) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทะเลแดง
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 27 มี.ค. 2569 อยู่ที่ 99.64 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +5.16 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 112.57 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +4.56 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
Macquarie คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งแตะระดับ 200 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หากความขัดแย้งยังคงยืดเยื้อจนถึงเดือน มิ.ย. 69 ขณะที่สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบจะอยู่ที่ระดับ 110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในช่วงไตรมาสที่ 2/69 ก่อนจะปรับลดลงสู่ระดับ 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
อุปทานน้ำมันดิบของรัสเซียมีแนวโน้มตึงตัวต่อเนื่อง ภายหลังท่าเรือ Ust‑Luga ของรัสเซียได้รับความเสียหายเพิ่มเติมจากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครน การโจมตีดังกล่าวถือเป็นการโจมตีครั้งที่ 5 ของยูเครนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งออกน้ำมันดิบของรัสเซียบริเวณทะลบอลติก การโจมตีของยูเครนมีขึ้นเพื่อลดทอนรายได้จากการส่งออกน้ำมันของรัสเซีย ซึ่งมีแนวโน้มจะปรับเพิ่มขึ้นหลังได้รับแรงหนุนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
อ่านข่าวต้นฉบับ: ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความขัดแย้งตะวันออกกลางมีแนวโน้มตึงเครียดขึ้น
