คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : อิศรินทร์ หนูเมือง
หลังจบภารกิจเลือกตั้งใหญ่ พรรคเพื่อไทย เปลี่ยนใหญ่แทบทุกครั้ง
ไม่ว่าจะ “ถูกเปลี่ยน” เพราะนิติสงคราม หรือเปลี่ยนตามเจตนารมณ์เจ้าของพรรค
หลังเลือกตั้ง 2566 ผู้นำ-เจ้าของพรรค 3 คน ปักธงการปฏิรูปพรรค 3 แบบ
ทักษิณ ชินวัตร เจ้าของพรรคดั้งเดิม แนะทิศทางให้ผู้นำ 2 คน แบบแยกกันเดิน-ร่วมกันตี ให้เศรษฐา ทวีสิน ไปบริหารที่ทำเนียบ
แพทองธาร ชินวัตร ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค
ธงของแพทองธาร ชินวัตร ประกาศต่อหน้า สส.-บุคลากรการเมืองของพรรเวลานั้นมีนัยสำคัญว่า จะทรานส์ฟอร์ม-ปฏิรูปเพื่อไทย
เศรษฐา ทวีสิน ในเวลานั้นได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี แม้พรรคแพ้เลือกตั้ง ประกาศเปิดใจบนเวทีประชาชาติธุรกิจ ไว้ว่า จะรีแบรนด์เพื่อไทย ให้กลับมายิ่งใหญ่
เขาพูดว่า “เพื่อไทย ผมไม่อยากเป็นแบบโกดัก…” บริษัทสัญชาติอเมริกัน แชมป์หลายสมัย แต่ต้องพ่ายให้กับ ฟูจิ-บริษัทสัญชาติญี่ปุ่น
รัฐบาลเพื่อไทย 2 ปี เปลี่ยนนายกรัฐมนตรี 2 คน กลับเข้าสนามเลือกตั้ง 2569 เข้าเส้นชัยในอันดับ 3 ต่ำสุดในรอบ 25 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งพรรค
การเปลี่ยนแปลงใหญ่ เริ่มก่อตัวตั้งแต่เห็นผลการเลือกตั้ง การประชุมวงปิด ถก-แถลง ให้ปรับ-เปลี่ยน เพื่อไปต่อ อาทิ
ต้องผลักดัน ให้ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ ให้มีคำต่อท้ายใหม่ เป็นหัวหน้าพรรค เพื่อสร้างบารมีทั้งในฝายบริหาร-นิติบัญญัติ
ผลักดันให้การจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ด้วยระบบโควต้า พร้อมทำบัญชีสำรองกรณีปรับ ครม.ในอนาคต
ชูบทบาท สส.ภาคอีสาน ที่นำทัพ สส.เข้าพรรคได้มากที่สุด 43 ที่นั่ง ให้ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี
ตัดบทบาท สส.-นักการเมืองรุ่นเก๋า ออกจากโครงสร้างอำนาจหลัก ให้เป็น “ส่วนเสริม” เบื้องหลัง ครั้งนี้จึงเป็นวาระแรกในรอบ 33 ปี ที่ชื่อสมศักดิ์ เทพสุทิน ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี
วาระปฏิรูป-การต่อรองเจรจาภายในพรรคดำเนินไปแล้ว 2 เดือนหลังเลือกตั้ง
อย่างน้อยการจัดรายชื่อบุคคลเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี ก็เป็นไปตาม “หลักใหม่” ภายใต้อาณาจักรรัฐบาลภูมิใจไทย ที่ให้รัฐมนตรีว่าการคุมกระทรวง+รัฐมนตรี ช่วยพรรคเดียวกัน เบ็ดเสร็จ
เพื่อไทย ต้องบริหารตามท่าไม้ตายของภูมิใจไทย ด้วยการหลักสำคัญที่ว่า ความสำเร็จของการบริหารกระทรวง ขึ้นอยู่กับรัฐมนตรีว่าการที่มีความสามารถบริหารได้จริง
การจัดคน-วางตัวรัฐมนตรีของเพื่อไทย 8 คน ตอบโจทย์-เงื่อนไขทางการเมือง-ให้คนรุ่นใหม่ได้ร่วมแสดงความสามารถ แม้บางตำแหน่งต้องเปลี่ยนแปลงในนาทีสุดท้าย คือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 1คน กระทรวงเกษตรฯ 3 คน กระทรวงศึกษาธิการ 2 คน กระทรวงอุดมศึกษาฯ 1 คน กระทรวงแรงงาน 1 คน
โชคอาจเข้าข้างเพื่อไทย ที่รอบนี้ ได้บริหารกระทรวงด้านสังคม มีโอกาสหลับภัยพายุใหญ่เรื่องเศรษฐกิจ ที่หนักหนาที่สุดในรอบทศวรรษ
แต่จะเกิดการ “เปลี่ยนใหญ่ เพื่อไปต่อ” อีกครั้งในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี วันที่ 21 เมษายน 2569
บุคลากรการเมืองของพรรค ปักธงดัน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค อย่างเป็นทางการ ทำงานการเมืองในฝ่ายบริหารคู่ขนานแพทองธาร ชินวัตร ที่ประจำการอยู่ที่พรรค
ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ประกาศวิสัยทัศน์ ล่วงหน้าในฐานะรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค จะเดินหน้าสร้าง New Growth Engine เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่จากนวัตกรรม สร้างความมั่นคงในทุกมิติของโลกยุคใหม่ ออกแบบกติกาสังคมที่โปร่งใส ทันสมัย และจัดโครงสร้างพื้นฐานที่คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เพื่อเอื้อต่อการเติบโตและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับประชาชนในระยะยาว
ทุกวาระที่ “ยศชนัน” ประกาศ เป็นพรรคเพื่อไทยใหม่ใน Global trend
เพื่อไทยได้โชคอีกชั้น เมื่อข่าวดีโชยมาจากเรือนจำ กลางเดือนพฤษภาคม 2569 ทักษิณ ชินวัตร จะได้อิสรภาพ กลับบ้าน เตรียมฉลองวันเกิด 77 ปีที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ในเดือนกรกฏาคม 2569
หากทักษิณ “วางมือ” จริงตามที่แพทองธารเคยกล่าวไว้ นับเป็น The Last Deal ที่จะให้เพื่อไทยใหม่-หัวหน้าพรรคใหม่ ได้พิสูจน์ฝีมือที่แท้จริง อีกครั้ง
อ่านข่าวต้นฉบับ: เพื่อไทย : Last deal