บล.เอเซีย พลัส ชี้ตลาดหุ้นเฮ! รับสัญญาณสงครามส่อแววยุติ “ทรัมป์” จ่อถอนทหาร ดันน้ำมันร่วง-จับตา ครม.ใหม่ลุย Quick Win แนะ “เก็งกำไร” หุ้นได้อานิสงส์ 3 กลุ่มหลัก ชูหุ้นฟื้นตัวแรง CK-ERW-CBG
รายงานจากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า บล. เอเซีย พลัส ประเมินภาพรวมตลาดการลงทุนว่า เริ่มมีสัญญาณเชิงบวกอย่างชัดเจน หลังจากวิกฤตสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ยืดเยื้อมานานกว่า 1 เดือน เริ่มมีท่าทีผ่อนคลายลง สัญญาณการยุติสงครามเริ่มปรากฏขึ้น เมื่อสำนักข่าวทางการอิหร่านรายงานการหารือระหว่างประธานคณะมนตรียุโรป (Antonio Costa) กับประธานาธิบดีอิหร่าน (Masoud Pezeshkian)
โดยผู้นำอิหร่านระบุว่ามีความตั้งใจที่จะยุติสงคราม แต่ต้องการหลักประกันเพื่อป้องกันการรุกรานซ้ำ ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ออกมาเปิดเผยว่า สหรัฐเตรียมจะถอนตัวออกจากอิหร่านภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า โดยระบุว่าการจบสงครามไม่จำเป็นต้องมีข้อตกลง เพียงแค่อิหร่านไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้อีกต่อไป
ทั้งนี้ พัฒนาการเชิงบวกดังกล่าวทำให้นักลงทุนคาดหวังว่าสงครามใกล้จะยุติ ส่งผลให้มีเม็ดเงิน (Fund Flow) ไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างสกุลเงินดอลลาร์จนหลุดระดับ 100 และไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง
โดยตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้นแรงราว +2.5% ถึง +3.8% รวมถึงตลาดหุ้นเอเชียอย่างเกาหลีใต้ (+6.2%) และญี่ปุ่น (+3.7%) ก็ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งเช่นกัน ในทางกลับกัน สินทรัพย์ที่เคยได้ประโยชน์จากสงคราม เช่น ราคาน้ำมันดิบ BRENT ได้ปรับตัวร่วงลงหลุดระดับ 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมถึงทองคำและแร่เงินก็ถูกเทขายทำกำไร
อย่างไรก็ตาม แม้สงครามจะเริ่มคลี่คลาย แต่ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงในช่วงที่ผ่านมาได้ส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจจริงแล้ว สะท้อนจากตัวเลขเงินเฟ้อของหลายประเทศในโซนยุโรปประจำเดือนมีนาคม 2569 ที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (เช่น โครเอเชีย +4.8%, ออสเตรีย +3.1%, เนเธอร์แลนด์ +2.7%)
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจประเทศไทย คาดว่าจะมีทิศทางและมาตรการขับเคลื่อนที่ชัดเจนขึ้น หลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา คาดว่ารัฐบาลใหม่จะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในช่วงวันที่ 7-9 เมษายน 2569 และจะเริ่มใช้อำนาจบริหารประเทศอย่างเต็มรูปแบบ
โดยฝ่ายวิจัยคาดหวังว่านโยบายแรก ๆ ที่จะถูกผลักดันคือกลุ่มนโยบายที่เน้นความรวดเร็วและเห็นผลทันตา (Quick Win) เพื่อกู้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโตต่ำเพียง 1.8% นโยบายที่น่าจับตา ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง พลัส (Phase 2), การคุมราคาพลังงานไฟฟ้า, นโยบายปิดหนี้ไว ไปต่อได้ PLUS, บัญชีออมส่วนบุคคล (TISA) และ BOI FAST PASS
บล.เอเซีย พลัส แนะช้อนซื้อหุ้นดิ่งลึก หวังรีบาวด์แรง ชู 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเด่น จากการประเมินสถิติในอดีตช่วงวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครนปี 2022 พบว่าเมื่อสถานการณ์ผ่อนคลายและราคาน้ำมันผ่านจุดสูงสุด ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) สามารถพลิกฟื้นจากการติดลบกลับมาบวกได้ถึง 2.9% โดยมี 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่น (Outperform) ได้แก่ กลุ่มการแพทย์ (HELTH) +8.5%, กลุ่มท่องเที่ยว (TOURISM) +6.5%, กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ETRON) +6.3%, กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (CONS) +4.9% และกลุ่มการเงิน (FIN) +4.6%
บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์ “เก็งกำไร” ในหุ้นที่ตอบรับประเด็นสงครามไปมากและราคาปรับตัวลงลึกเกิน 10% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีโอกาสฟื้นตัวสูงในช่วงนี้ ได้แก่
อ่านข่าวต้นฉบับ: สงครามส่อแววยุติ ‘เอเซีย พลัส’ แนะ ‘เก็งกำไร’ หุ้นได้อานิสงส์ 3 กลุ่มหลัก