ธปท. เผยเศรษฐกิจเดือน ก.พ. เริ่มปักหัวลง ขณะที่ มี.ค. เจอสงครามตะวันออกกลางทุบซ้ำ ดัชนีเชื่อมั่นภาคธุรกิจทรุด กังวลนักท่องเที่ยวหาย-ราคาน้ำมันพุ่ง-ขาดแคลนวัตถุดิบ ยันแบงก์ชาติพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลใหม่ เร่งเตรียมแพ็กเกจมาตรการประคองเศรษฐกิจ
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจเดือน ก.พ.ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจหลายตัวเริ่มปักหัวลง ทั้งการส่งออกสินค้า รายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ การบริโภคเอกชนที่ลดลง ทั้งหมดนี้ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการปรับลดลงทุกสาขา ทั้งการค้า โรงแรม ร้านอาหาร และภาคขนส่ง
ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยราคาเครื่องประกอบอาหารและอาหาร ขณะที่การจ้างงานในระบบประกันสังคมมีการปรับลดลง สะท้อนจากตัวเลขจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ซึ่งมาจากภาคธุรกิจมีการปรับตัวเพื่อลดต้นทุน
นางสาวชญาวดีกล่าวอีกว่า ขณะที่ในเดือน มี.ค.ที่มีสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยตั้งแต่วันที่ 1-22 มี.ค. เริ่มเห็นผลกระทบด้านการท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 2 ล้านคน ลดลงประมาณ 6-7% จากเดือนก่อนหน้า ด้านดัชนีค่าเงินบาทอ่อนค่าลงในเดือน ก.พ. และต่อเนื่องมาในเดือน มี.ค. จากความกังวลของตลาดที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากไทยพึ่งพานำเข้าน้ำมันสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค
ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของธุรกิจไทยแล้ว โดยมองไปข้างหน้าในอีก 3 เดือน ความเชื่อมั่นปรับตัวลงในเกือบทุกธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร จากที่มีการยกเลิกตั๋วเครื่องบินและที่พักแรมของนักท่องเที่ยวกลุ่มตะวันออกกลาง ส่วนภาคการผลิต นำโดยกลุ่มผลิตเม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติก และกลุ่มผลิตเหล็ก ที่กังวลว่าจะขาดแคลนวัตถุดิบ รวมถึงราคาพลังงานที่สูงขึ้น
“แนวโน้มระยะต่อไป เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงด้านต่ำจากผลกระทบสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งต้องติดตามความรุนแรงของผลกระทบที่ขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของสถานการณ์ ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องติดตามเป็นความเสี่ยงระยะต่อไป คือ พัฒนาการของสงคราม ความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจและประชาชน มาตรการรับมือของภาครัฐด้านราคาพลังงานและราคาสินค้า รวมถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐเองด้วย”
นางสาวชญาวดีกล่าวว่า ที่ผ่านมานโยบายการเงิน อัตราดอกเบี้ยมีการดูแลเศรษฐกิจมาโดยตลอด แต่ผลกระทบรอบนี้เกิดจากฝั่งอุปทานเป็นหลัก ซึ่งดอกเบี้ยจะทำงานไม่ได้ดีนัก ดังนั้นต้องติดตามในแง่ราคาที่เกิดจากอุปทานจะยืดเยื้อ ยาวนาน และรุนแรงแค่ไหน และบทบาทของนโยบายดอกเบี้ยจะมีแค่ไหน แต่คิดว่าจะมีมาตรการอื่น ๆ ที่ตรงจุดกว่าทยอยออกมาในระยะต่อไป
“ตอนนี้ก็มีการหารือ จัดเตรียมชุดมาตรการอยู่ ซึ่ง ธปท.ก็พร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลใหม่ เพื่อที่จะดูแลและประคับประคองเศรษฐกิจในช่วงนี้”
อ่านข่าวต้นฉบับ: ธปท.เตือนเศรษฐกิจปักหัวลง หนุนรัฐบาลจัดมาตรการพยุง
