“เอกนิติ” สั่งกระทรวงพลังงานทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่ หาค่า War Premium-ต้นทุนที่แท้จริง เล็งปรับค่าการกลั่น-การตลาด เพื่อลดราคาน้ำมันหน้าปั๊ม จ่อชง ครม. 6 เม.ย.นี้
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ได้รับมอบหมายให้ศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการกำหนดโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งค่าการกลั่น ค่าการตลาด ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา รวมถึงหลักเกณฑ์การคำนวณราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น และราคาขายให้ผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา
โดยในการประชุมครั้งล่าสุดได้เชิญโรงกลั่นเข้าชี้แจงข้อมูล โดยพิจารณาตัวเลขราคาน้ำมัน รวมถึงค่าการกลั่น และค่าการตลาด พบว่าสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างราคา โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของ “War Premium”
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลจริงพบว่าค่าการกลั่นที่กระทรวงพลังงานเสนอในปัจจุบันอาจอยู่ในระดับที่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังพบว่ามีต้นทุนบางส่วน เช่น ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ถูกนำมารวมในราคาขาย ซึ่งส่วนนี้สมควรถูกตัดออกไป
ข้อสรุปเบื้องต้นจึงมอบหมายให้กระทรวงพลังงานกลับไปจัดทำตัวเลขใหม่ โดยไม่รวมต้นทุนดังกล่าว เพื่อให้ค่าการกลั่นสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น และมีแนวโน้มลดลง
ในส่วนของ War Premium แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยเฉพาะจากตะวันออกกลางจะถูกปรับเพิ่มขึ้นจากปัจจัยสงคราม แต่ในทางปฏิบัติโรงกลั่นไทยไม่ได้พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเหมือนในอดีต เนื่องจากมีการกระจายแหล่งนำเข้าไปยังตลาดอื่น เพื่อให้น้ำมันเพียงพอในประเทศไทย
จึงจำเป็นต้องศึกษาว่าต้นทุน War Premium ที่แท้จริงควรอยู่ในระดับใด โดยมอบหมายให้กระทรวงพลังงานหารือกับโรงกลั่น เพื่อหาข้อมูลต้นทุนที่แท้จริง และนำมาคำนวณค่าการกลั่นใหม่อย่างเหมาะสม
ขณะเดียวกัน ในส่วนของค่าการตลาด ตัวเลขที่ปรากฏในปัจจุบันอาจมีความผันผวนทั้งสูงและต่ำในแต่ละช่วงเวลา จึงมอบหมายให้กระทรวงพลังงานไปคำนวณหาค่าการตลาดที่เหมาะสม
“ทั้งหมดนี้เราเชื่อว่าค่าการกลั่นและค่าการตลาด ซึ่งจะส่งผลไปสู่ราคาหน้าปั๊มที่คิดกับประชาชน ณ วันนี้ ควรจะลดลง แล้วก็ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานดำเนินการในวันนี้ เพื่อที่จะได้นำข้อมูลทั้งหมดมานำเสนอคณะกรรมการ เพราะคณะกรรมการชุดเรามีหน้าที่ในการศึกษาว่าค่าการกลั่นที่เหมาะสมควรจะเป็นเท่าไหร่ ซึ่งวันนี้ทิศทางเบื้องต้นก็คงจะลดลง” นายเอกนิติกล่าว
สำหรับกรอบระยะเวลาการทำงาน แม้ คตร.จะมีระยะเวลา 15 วันตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี แต่ตั้งเป้าจะเร่งสรุปผลให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 6 เมษายนนี้ เพื่อนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในการประชุมครั้งแรก และจะมีการประชุมอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (3 เม.ย.)
สำหรับข้อเสนอเรื่องการกำหนดเพดานและกรอบล่าง (Ceiling and Floor) ของค่าการกลั่นนั้น เป็นแนวทางที่เป็นไปได้ และเป็นหนึ่งในข้อเสนอที่กระทรวงพลังงานต้องไปพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติม โดยการกำหนดระดับดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลต้นทุนที่แท้จริงเป็นฐานในการคำนวณ
ทั้งนี้ คณะกรรมการส่วนใหญ่มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ควรมีการใช้กลไก Ceiling and Floor เพื่อกำกับค่าการกลั่นอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมก่อนกำหนดตัวเลขที่ชัดเจน
อ่านข่าวต้นฉบับ: เอกนิติ ถก คตร.นัดแรก บี้ค่าการกลั่น-การตลาด สั่งพลังงานหาต้นทุนจริง
