กรณ์ จาติกวณิช แนะ เอกนิติ-คตร. เก็บภาษีลาภลอย ลดภาษีสรรพสามิต-ภาษีมูลค่าเพิ่ม แก้วิกฤตพลังงาน
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุถึงข้อเสนอต่อการแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานเชื้อเพลิงต่อนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ว่าจากปัญหาราคาน้ำมันที่สูงมาก มี 3 สาเหตุ คือ 1.ราคานํ้ามันในตลาดโลกที่สูงขึ้น 2.ค่าการกลั่นที่สูงมากกว่าปกติ และ 3.อัตราภาษีที่สูงต่อเนื่อง
ดังนั้น คตร. ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า 1.ต้นทุนนํ้ามันดิบของโรงกลั่นที่แท้จริงคือเท่าไร 2.ราคาที่โรงกลั่นได้ซื้อจริงหลังจากที่ราคาตลาดโลกได้เริ่มปรับสูงขึ้น เป็นราคาที่ต่างกับราคาอ้างอิงในการคำนวณค่าการกลั่นอย่างไร และ 3.ราคาที่เทรดเดอร์ในเครือของโรงกลั่นได้ซื้อจริงและขายต่อให้โรงกลั่น ว่ามีการโอนย้ายถึงโรงกลั่นในราคาที่มีส่วนกำไรหรือไม่ นอกจากนั้น ค่าขนส่งทิพย์ที่สมมุติว่ามีการส่งจากสิงคโปร์นั้นคิดเป็นเท่าไร
นายกรณ์ระบุต่อว่าต้นทุนการกลั่นที่แท้จริงของโรงกลั่นนั้นเท่าไร ขณะที่ส่วนกำไรของโรงกลั่นที่เกิดจากค่าการกลั่นที่ผิดปกติในช่วงเดือนที่ผ่านมา เทียบกับช่วงปกติต่างกันอย่างไร ส่วนข้อมูลปริมาณสต๊อกน้ำมัน ที่เข้าออกคลังน้ำมันของผู้ค้าในแต่ละวัน โดยต้องเปิดเผยทั้งหมดต่อสาธารณะเพื่อให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ในภาวะวิกฤต
หากพบว่ามีส่วนกำไรเกินปกติ คิดว่าทางรัฐบาลมีทางเลือกหลัก 2 ทาง คือ 1.ปรับสูตรคำนวณค่าการกลั่นตามที่เหมาะสม และ 2.เก็บภาษีลาภลอย เพื่อเรียกคืนส่วนต่างตามที่เหมาะสม และใช้รายได้ภาษีในการลดภาระหนี้กองทุนนํ้ามันโดยตรง
“สิ่งที่รัฐบาลควรทำเพิ่มเติมคือปรับลดภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างมีนัย โดยที่ประชาธิปัตย์เสนอว่าในส่วนของภาษีสรรพสามิตควรปรับลด 6 บาท ย้อนหลังเป็นระยะเวลาเบื้องต้นรวม 3 เดือน เพื่อเป็นการเปรียบเทียบ วันนี้มีอย่างน้อย 2 ประเทศได้ปรับลดภาษีสรรพสามิตนํ้ามันแล้ว เช่น อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย ในขณะที่อินเดียและอังกฤษได้ประกาศใช้ภาษีลาภลอยแล้ว โดยที่ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ และกลุ่มประเทศอียูกำลังพิจารณาข้อเสนอภาษีลาภลอยอยู่” นายกรณ์ระบุ
อ่านข่าวต้นฉบับ: กรณ์ แนะแผนแก้วิกฤตน้ำมัน จี้ คตร. ลดภาษีสรรพสามิต-มูลค่าเพิ่ม เก็บภาษีลาภลอย