ท่ามกลางสงครามอิหร่าน ซึ่งก่อให้เกิดวิกฤตพลังงาน บังกลาเทศซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับ 8 ของโลกและพึ่งพาการนำเข้าพลังงานมากถึง 95% กำลังวิตกโดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า มีพลังงานสำรองเหลือไม่ถึง 10 วัน ขณะที่รัฐบาลแถลงโต้ว่า ยังไม่เกิดวิกฤต โดยมีการสั่งซื้อพลังงานเพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อนหน้า
The Independent รายงานว่า บังกลาเทศเป็นประเทศที่มีประชากร 175 ล้านคน มากเป็นอันดับ 8 ของโลก และพึ่งพาการนำเข้าพลังงานประมาณ 95% โดยมีตะวันออกกลางเป็นแหล่งนำเข้าหลัก ขณะนี้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับแหล่งสำรองเชื้อเพลิงที่อาจหมดลง ท่ามกลางบริบทสงครามที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่ทำให้การส่งออกน้ำมันตะวันออกกลางสู่เอเชียหยุดชะงักลง
ตามรายงานของรอยเตอร์ (Reuters) ระบุว่า เมื่อปลายเดือนมีนาคม บังกลาเทศมีน้ำมันดิบสำรองอยู่ที่โรงกลั่น Eastern Refinery ซึ่งเป็นโรงกลั่นของรัฐ ประมาณ 80,000 ตัน เพียงพอสำหรับการใช้งานภายในประเทศได้ราวสองสัปดาห์กว่า ๆ ขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันดีเซลก็เหลือน้อยเช่นกัน
รายงานจาก The Business Standard เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ระบุว่า ปริมาณสำรองน้ำมันดีเซลของประเทศลดลงเหลือ 115,473 ตัน ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการประมาณ 9 วัน ส่วนปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินลดลงเหลือ 28,152 ตัน ซึ่งเพียงพอต่อการบริโภคประมาณ 2 สัปดาห์
“ขณะนี้สถานการณ์เลวร้ายมาก การซื้อขายพลังงานแบบสปอต (ซื้อขายทันที) กำลังทำให้เงินในคลังของประเทศเหือดแห้ง แต่รัฐบาลก็ไม่มีทางเลือกอื่น ตอนนี้บังกลาเทศมีพลังงานสำรองเหลืออยู่ไม่ถึง 10 วันแล้ว” เจ้าหน้าที่รัฐบาลกล่าว
ชาฟิกุล อาลัม นักวิเคราะห์ระดับสูงด้านพลังงานของ Institute for Energy Economics and Financial Analysis (IEEFA) กล่าวว่า บังกลาเทศอาจเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในเอเชีย เนื่องจากมีการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลนำเข้าในระดับสูง
เดอะเทเลกราฟ (The Telegraph) อ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่บังกลาเทศว่า หากสงครามยืดเยื้อออกไป บังกลาเทศอาจตกอยู่ในสภาวะชะงักงันโดยสิ้นเชิง ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์
อย่างไรก็ดี รัฐบาลบังกลาเทศกำลังเร่งหาแหล่งนำเข้าเชื้อเพลิงที่หลากหลายมากขึ้น โดยติดต่อประเทศต่าง ๆ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ไนจีเรีย อาเซอร์ไบจาน คาซัคสถาน แองโกลา และออสเตรเลีย รวมถึงขอให้สหรัฐยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรชั่วคราวสำหรับน้ำมันรัสเซีย ในลักษณะเดียวกับที่อินเดียได้รับการยกเว้น ให้สามารถนำเข้าน้ำมันดีเซลจากรัสเซียได้มากถึง 600,000 ตัน
เจ้าหน้าที่ด้านพลังงานสองคนกล่าวกับรอยเตอร์ว่า บริษัท Bangladesh Petroleum Corporation (BPC) ของรัฐ กำลังรับน้ำมันดีเซลประมาณ 60,000 ตันจากผู้ค้าสามราย และมีกำหนดจะได้รับเพิ่มอีก 90,000 ตันในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้
รัฐบาลบังกลาเทศออกมาแถลงว่า ไม่มีวิกฤตเชื้อเพลิงในบังกลาเทศ โดย อิกบัล ฮาซัน มาห์มุด ตูกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ขอกล่าวอย่างชัดเจนว่า ขณะนี้ไม่มีปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงในบังกลาเทศ โดยรัฐบาลเพิ่มปริมาณการจัดหาให้มากขึ้น เมื่อเทียบกับปี 2025
อีกทั้ง ประเทศหันไปพึ่งตลาดซื้อขายทันที เพื่อจัดหาแก๊สธรรมชาติเหลว (LNG) ในราคาสูง โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาระดับการจัดหาแก๊สภายในประเทศให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน และบริษัทพลังงานของรัฐ Petrobangla สามารถจัดหา LNG ได้สองเที่ยวขนส่ง เมื่อวันที่ 1 เมษายน แม้จะมีราคาที่สูงกว่าราคาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ถึง 2.5 เท่าก็ตาม
ผู้เชี่ยวชาญยังกล่าวโทษกลุ่มผู้มีอิทธิพลนอกระบบ ที่ลักลอบนำเชื้อเพลิงออกจากตลาดและกักตุนไว้ ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้วิกฤตการณ์พลังงานเลวร้ายลง
อ่านข่าวต้นฉบับ: สงครามอิหร่าน บังกลาเทศอาจเป็นชาติแรกในโลก ก๊าซ-น้ำมันหมด ?