ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มเล็กน้อย หลังอิหร่านและสหรัฐได้รับแผนการยุติสงคราม แต่อิหร่านยังคงปฏิเสธการหยุดยิงโดยทันที
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังสหรัฐและอิหร่านได้รับกรอบแผนการยุติความขัดแย้งแล้ว แต่อิหร่านมีการปฏิเสธการหยุดยิงโดยทันที และยังคงปฏิเสธการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ประกอบกับประธาธิบดีของสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน
โดยการข่มขู่ว่าจะมีการโจมตีเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานอย่างโรงไฟฟ้า หากอิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงภายในวันอังคารที่ 7 เม.ย. 69 ทั้งนี้นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอนสูง
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 6 เม.ย. 2569 อยู่ที่ 112.41 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.87 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 109.77 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.74 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์ ปิโตรเคมีจากอิรัก ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยังคงปิดอยู่ อย่างไรก็ตาม มีการรายงานข้อมูลการเดินเรือ ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 2 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา พบว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันบางลำที่ดำเนินการโดยโอมาน เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ของฝรั่งเศส และเรือบรรทุกก๊าซของญี่ปุ่น สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ซึ่งสะท้อนถึงนโยบายของประเทศอิหร่านที่อนุญาตให้เรือจากบางประเทศที่อิหร่านมองว่าเป็นมิตรสามารถแล่นผ่านได้
เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 5 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันดิบ (OPEC+) และพันธมิตร รวมถึงรัสเซีย มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 206,000 บาร์เรลต่อวันสำหรับเดือน พ.ค. 69 ท่ามกลางความปั่นป่วนของโรงกลั่นต่าง ๆ ทั่วเอเชียและยุโรปที่พยายามหาน้ำมันดิบทางเลือก ส่งผลให้ค่าพรีเมียมของน้ำมันดิบปรับสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์
อ่านข่าวต้นฉบับ: ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิหร่าน-สหรัฐได้รับแผนการยุติสงคราม
