ปิดฉากความสำเร็จ สำหรับกิจกรรม “T-Brand to China 2.0” เวิร์กช็อปที่จะพาผู้ประกอบการไทยไปบุกตลาดจีน จัดโดยกองบรรณาธิการเส้นทางเศรษฐี สื่อเพื่อ SMEs ผสานพลังเครือข่ายในเครือข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชน และมติชนอคาเดมี โดยได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank, ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่, นารา กรุ๊ป และบริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน)
บรรยากาศวันแรก (28 มี.ค.) เป็นไปอย่างคึกคัก ผู้ประกอบการและแบรนด์ต่างๆ แห่เข้าร่วมจนที่นั่งเต็มตั้งแต่เปิดลงทะเบียน ก่อนเริ่มคลาสแรกด้วยเนื้อหาสุดเข้มข้น “China Geopolitics 2026 ไทยอยู่ตรงไหนในสมรภูมิโลก? และโอกาสของสินค้าไทย” โดย ผศ.ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ ที่มาอัปเดตสถานการณ์โลกทั้งฝั่งจีน สหรัฐอเมริกา และผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง รวมทั้งวิเคราะห์หมากกระดานโลกต่อท่าทีของจีนท่ามกลางความขัดแย้งทางอาวุธในตะวันออกกลาง สงครามการค้าและเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในปี 2026
ถัดมาในคลาสที่สอง “Smart Supply Chain : OEM & QC Update 2026 รู้แหล่งผลิต เทคนิคหาโรงงาน OEM จีน และเจรจาต้นทุน” โดย ผศ.ดร.ไอซ์-ธีรศานต์ สหัสสพาศน์ ผู้อำนวยการหลักสูตร #DNAbySPU.com คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้มาแชร์ความรู้ตั้งแต่การพัฒนาของประเทศจีนที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วด้วยตัวเลข Data และแดชบอร์ด
พร้อมเผยเคล็ดลับการหาแหล่งผลิตสินค้าในแต่ละเมืองของจีนที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนกัน เช่น กว่างโจโดดเด่นด้านสิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักร, เซินเจิ้น เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไฮเทค และอี้อูเน้นสินค้าจิปาถะ เป็นต้น และได้แนะนำกลยุทธ์การเจราจาตั้งแต่การเลือกสินค้า การแต่งตัว สำหรับผู้ประกอบการไทยที่สามารถนำไปต่อยอดและปรับใช้ได้จริง
พร้อมปิดท้ายวันแรกด้วยเวิร์กช็อป “Creative Branding & AI Strategy ปั้นแบรนด์ไทยให้ ‘ชนะใจ’ ลูกค้าจีน ด้วยครีเอทีฟและ AI” โดย โอห์ม-ดิศรา อุดมเดช CEO & Founder, Yell Advertising นักโฆษณาไทยที่มีบทบาทสำคัญในการขยายธุรกิจเอเจนซี่ไทยสู่ตลาดจีน มาร่วมแบ่งปันความรู้การปั้นสินค้าไทยให้ชนะใจผู้บริโภคชาวจีนด้วยความคิดสร้างสรรค์, AI และ Storytelling รวมทั้งแลกเปลี่ยนมุมมองแบรนด์ไทยในสายตาชาวจีนที่เชื่อว่าคนไทยทำโฆษณาเก่ง เพราะมีความแตกต่างในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ และมีความเป็นครีเอทีฟอยู่ในตัว พร้อมย้ำว่าถ้าจะทำธุรกิจในจีน ต้องเล่าผ่านเรื่องราวของประเทศถึงจะไปรอด
ต่อเนื่องในวันที่สอง (29 มี.ค.) เริ่มต้นด้วยคลาส “Consumer Insight 2026 เจาะลึกพฤติกรรมคนจีน และโอกาสตลาดเมืองรองที่กำลังโต” โดย ดร.เฟิร์น-ปณิชา ประทีปะวณิช Co-founder แมงโก้ กรุ๊ป และผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ Social Media China พาไปเจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภคจีนแบบละเอียดด้วยกลยุทธ์ที่เรียกว่า “รู้เขารู้เรา” ผู้ประกอบการไทยจะต้องรู้ว่าเมืองไหนสนิทกับไทย และรู้จักสินค้าไทยเมื่อพูดถึง
พร้อมเปิดอินไซต์ผู้บริโภคจีนในแต่ละเมือง ไม่ว่าจะเป็น ปักกิ่งชอบอาหารรสหวาน, เซี่ยงไฮ้ชอบสินค้าหรูหรา เช่น เครื่องหอมต่างๆ และชอบสินค้าฟุ่มเฟือยเป็นหลัก, กวางตุ้งชอบซื้อผลไม้อบแห้งของไทยเอาไปกินกับน้ำชา เวลาคุยการค้า, ฉงชิ่งและเฉิงตูชอบสินค้าสกินแคร์ และมณฑลซานตงชอบบริโภคน้ำมะพร้าวมากที่สุด
และยังแนะนำแพลตฟอร์ม “Xiaohongshu” ให้ผู้ประกอบการไทย เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้หลักถึง 5 ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฮ่องกง, ไทยและไต้หวัน เปรียบเสมือนยิงปืนนัดเดียวได้นก 5 ตัว
ก่อนเข้าสู่คลาสที่สอง “Social Commerce Revolution with Tencent คู่มือใช้ WeChat สร้างหน้าร้าน-หาลูกค้า ฉบับ SMEs” โดย คุณธีรยุทธ บาการี Assistant Manager จาก WeChat Pay มาร่วมแชร์เคล็ดลับการใช้ WeChat แอปพลิเคชันยอดนิยมของคนจีน โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 1.4 พันกว่าล้านแอ็กเคานต์ และมีการใช้ชำระค่าบริการหลักพันล้านต่อวัน โดยได้อธิบายถึง WeChat Mini Program หนึ่งในฟังก์ชันของ WeChat ที่ผู้ประกอบการไทยสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการให้กับผู้บริโภคชาวจีนได้ด้วยการสร้างหน้าร้านใน WeChat Mini Program ซึ่งเป็นโอกาสให้ธุรกิจไทยเปิดประตูไปสู่ตลาดจีน
ปิดท้ายเวิร์กช็อปด้วยคลาส “Social Media Mastery: Xiaohongshu & Douyin เจาะอัลกอริทึม ปั้นคอนเทนต์ และไลฟ์สดยังไงให้ขายได้” โดย อาจารย์ปอ-ภากร กัทชล เจ้าของเพจอ้ายจง และอาจารย์คณะบริหารธุรกิจ ม.เชียงใหม่ ที่มาพูดถึงภาพรวมการเติบโต Live Commerce ของจีน ที่มีการเติบโตสูงมาก โดยเฉพาะในแพลตฟอร์ม Douyin ที่มีการไลฟ์มากที่สุด และยังได้สอนใช้งานแอปพลิเคชัน Xiaohongshu แบบจับมือทำ พร้อมเทคนิคการทำคอนเทนต์ยังไงให้น่าสนใจ รวมไปถึงทริคการดูพฤติกรรมของคนจีนจากการเสิร์ชข้อมูลบนแอปพลิเคชัน
ณพิชญา ไกรชวินยง หนึ่งในผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อป กล่าวว่า “ทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่มาวันนี้เพราะอยากมาศึกษาข้อมูลเบื้องต้น ถ้าอยากขยายธุรกิจไปในตลาดจีนจะเป็นยังไง ซึ่งได้ความรู้จากคลาสทั้งวันเยอะมาก เป็นข้อมูลแบบเจาะลึกทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีน รวมถึงการทำการตลาดที่วิทยากรแต่ละท่านให้รายละเอียดเยอะมาก”
เช่นเดียวกับ สรโชติ อำพันวงษ์ ผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อป กล่าวว่า “ตัดสินใจเข้าร่วมเวิร์กช็อป เพราะความรู้พวกนี้เปลี่ยนทุกวันและมีอะไรใหม่ๆ ทุกวัน โดยเฉพาะแพลตฟอร์มจีน ซึ่งจีนเป็นตลาดหลักของโลกวันนี้ เราก็ต้องปรับตัวเข้าหาตลาดด้วย ซึ่งวิทยากรที่มาทั้งสองวันนี้ดีมากๆ ได้รับความรู้เยอะมาก คุ้มค่ามากจริงๆ”
ในโอกาสนี้ เส้นทางเศรษฐีและผู้จัดงานทุกฝ่ายขอขอบคุณผู้เข้าร่วมงาน วิทยากรทุกท่าน รวมถึงพันธมิตรทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำให้งานในครั้งนี้ประสบความสำเร็จ สามารถส่งต่อความรู้ กลยุทธ์ และแนวคิดได้อย่าง “ครบมิติ” และ “ตรงจุด” โดยเรายังพร้อมเดินหน้าสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ เสริมความรู้ใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เติบโตในตลาดโลกต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับ: ปิดฉากความสำเร็จ Workshop “บุกตลาดจีน” รุ่น 2 อัดแน่นทุกมิติ สร้างโอกาส SMEs ไทยสู่ตลาดจีน
