ปลัดคลังเตรียมชง ครม. 11 เม.ย.นี้ อนุมัติงบประมาณสำหรับมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน 7 มาตรการ ชี้เติมบัตรสวัสดิการกว่า 1,300 ล้าน-ช่วยภาคขนส่งอีกกว่า 1,600 ล้าน ส่วน “คนละครึ่ง” ต้องรอกำหนดงบประมาณก่อน ยันรอบนี้ครอบคลุมมากกว่า 20 ล้านคน ระบุโอนเงินงบประมาณอาจออกเป็น พ.ร.ก. ทำได้เร็วกว่า ล่าสุด มีวงเงินโอนได้ 84,000 ล้านบาท
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันเสาร์ที่ 11 เม.ย.นี้ จะมีการขออนุมัติงบประมาณสำหรับดำเนินมาตรการดูแลผลกระทบจากราคาน้ำมันเฉพาะกลุ่ม 7 มาตรการ ที่ ครม. เคยมีมติเห็นชอบหลักการไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมาตรการช่วยเหลือด้านภาคขนส่ง การเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และอื่น ๆ ที่จะดำเนินการเร่งด่วนเป็นเวลา 1 เดือน
“อย่างเรื่องบัตรสวัสดิการ ก็ใช้เงิน 1,300 กว่าล้านบาท ด้านภาคขนส่งก็ประมาณ 1,600 กว่าล้านบาท ซึ่งจะใช้เร่งด่วนในระยะ 30 วันก่อน โดยใช้งบฯ กลาง ส่วนมาตรการที่เป็นแพ็กใหญ่กว่านี้จะตามมาหลังรัฐบาลแถลงนโยบายแล้ว แต่นี่คือทำของที่ค้างไว้ก่อน”
ทั้งนี้ เมื่อได้รับอนุมัติงบประมาณแล้ว คาดว่าจะโอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการเพิ่มคนละ 100 บาทได้ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป คือพยายามจะทำให้ทันช่วงเทศกาลสงกรานต์
ส่วนมาตรการคนละครึ่งนั้น นายลวรณ กล่าวว่า อาจจะเข้า ครม. ครั้งถัดไป โดยต้องรอให้รัฐบาลเคาะว่าจะใช้วงเงินเท่าไหร่ แต่แน่นอนคือ จะเริ่มใช้จ่ายได้ในเดือน พ.ค. และคงต้องครอบคลุมประชาชนมากกว่าที่เคยทำเดิมที่ 20 ล้านคน ก็ต้องขยายออกไป เพราะประชาชนเดือดร้อนในวงกว้าง ซึ่งต้องขึ้นกับว่าสำนักงบประมาณสามารถหางบประมาณมาได้เท่าไหร่ด้วย
“งบประมาณที่กรมบัญชีกลางรายงานว่า เข้าข่ายออก พ.ร.ก.โอนเงินได้ ตอนนี้คือ 84,000 ล้านบาท แต่วงเงินนี้จะเล็กลงเรื่อย ๆ เพราะแต่ละวันโครงการเขาก็ผูกพันไปได้เรื่อย ๆ ขึ้นกับว่าจะ Cut off วันไหน ซึ่งเราก็อยากทำให้เร็วที่สุด จะได้เอาเงินนี้ไปทำแพ็กเกจ”
นายลวรณ กล่าวว่า หากออกเป็น พ.ร.ก. (พระราชกำหนด) จะสามารถดำเนินการได้เร็วกว่าออกเป็น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เพียงแต่ต้องรายงานรัฐสภาด้วย ซึ่งการออก พ.ร.ก.สามารถทำได้ เพราะมีความจำเป็นเร่งด่วน
ส่วนการออก พ.ร.ก.ค้ำประกันเงินกู้ให้กองทุนน้ำมัน วงเงิน 1.5 แสนล้านบาทจะเพียงพอหรือไม่นั้น คงต้องดูตามสถานการณ์ ซึ่งล่าสุดมีการลดค่าการกลั่น 2 บาท ก็น่าจะช่วยลดภาระลงได้บ้าง โดยวันนี้กองทุนติดลบอยู่กว่า 5 หมื่นล้านบาท ดังนั้น เงินจาก พ.ร.ก. ก็จะเหลือใช้ได้อีกแค่ 1 แสนล้านบาท
“ถ้ากลไกกองทุนรองรับได้ ก็ใช้กองทุน ถ้าลดภาษีสรรพสามิต 1 บาท ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก ใช้กองทุนผลลัพธ์สุดท้ายต่อประชาชนก็เท่ากัน ดังนั้น ฝากว่าอย่ามองว่าภาษีเป็นยาวิเศษ ต้องระมัดระวังมาก ๆ เพราะภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ การเก็บรายได้ยากมากที่จะทำได้ตามเป้า คือวันนี้เรามีวิกฤตพลังงาน อย่าให้ลามเป็นวิกฤตการคลัง”
อ่านข่าวต้นฉบับ: คลังชง ครม. จัดงบฯ หนุน 7 มาตรการเร่งด่วน-“คนละครึ่ง” แจกเกิน 20 ล้านคน