กระทรวงพลังงานรายงานสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยและต่างประเทศ ปริมาณสำรองและปริมาณการจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ประจำวันที่ 9 เมษายน 2569
1.สถานการณ์พลังงานโลกและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคา
หากฝ่าฝืนอาจถูกโจมตี ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันและสินค้าจำนวนมาก (ประมาณ 800-2,000 ลำ) ยังคงติดค้างอยู่บริเวณอ่าวเปอร์เซียและทะเลโอมาน แม้จะมีความพยายามทดสอบเส้นทางเดินเรือสำรองหรือการอนุญาตให้เรือบางสัญชาติ (เช่น จีน) ผ่านไปได้บ้าง
แต่ในภาพรวมเส้นทางหลักยังถือว่าถูกปิดกั้นและมีความเสี่ยงสูงมาก สถานการณ์นี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มกลับมามีความผันผวนและเผชิญแรงกดดันด้านราคาอีกครั้ง
ทั้งนี้ ในส่วนของประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางถึงร้อยละ 52 ทำให้ราคาน้ำมันดิบของประเทศจึงถูกอิงกับราคาน้ำมันดิบที่สะท้อนกับตลาดเอเซียที่อิงน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก เช่น น้ำมันดิบดูไบ ซึ่งมีความเคลื่อนไหวต่างจากตลาด WTI หรือ Brent ที่มักปรากฏในข่าวต่างประเทศอย่างชัดเจน
ประกอบกับภาวะสงครามได้เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายแฝงอย่าง Crude Premium และ War Risk Premium เช่น ค่าประกันภัย และค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น จนกลายเป็นต้นทุนส่วนเพิ่มที่อยู่นอกเหนือจากราคาน้ำมันดิบที่มีการซื้อขายปกติในภาวะทั่วไป ส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันดิบอยู่ในระดับที่สูงกว่าราคาที่ตลาดประกาศ แม้ราคาในบางตลาดจะเริ่มปรับตัวลดลงบ้างแล้วก็ตาม
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลจากกลุ่มโรงกลั่นเพื่อนำมาปรับปรุงโครงสร้างราคาให้สะท้อนข้อเท็จจริงในปัจจุบัน เพื่อให้มั่นใจว่าราคาน้ำมันมีความเป็นธรรมและสอดคล้องกับต้นทุนการนำเข้าที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงช่วยให้ราคาพลังงานในประเทศมีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน
2.ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ และการผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล
3.ราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ ต่างประเทศ และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
อ่านข่าวต้นฉบับ: กองทุนน้ำมันฯล่าสุด ติดลบ 59,007 ล้าน ชดเชยดีเซลลดเหลือวันละ 1,220 ล้าน