นายกฯอนุทิน ร่วมงานเลี้ยงวันกองทัพอากาศ สะอื้นน้ำตาคลอพูดความในใจถึง ผบ.ทอ. กับภารกิจปกป้องอธิปไตย เผยได้รับเสียงกระซิบทำให้มั่นใจรับชัยชนะ ช่วงสู้รบไทย-กัมพูชา ขอบคุณทุกกำลังพลเสียสละพิทักษ์เอกราช
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยภริยา เป็นประธานงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันกองทัพอากาศปี 2569 ที่อุทยานการบินกองทัพอากาศ ดอนเมือง โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพ, เอกอัครราชทูต และอดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ เข้าร่วมงาน
โดยมี พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมด้วย นายกสมาคมคู่สมรสทหารอากาศ ให้การต้อนรับ
เมื่อนายกรัฐมนตรี และภริยามาถึง ได้ถ่ายรูปกับเครื่องบิน F-5 พร้อมด้วยผู้บัญชาการทหารอากาศ จากนั้นได้เดินทางไปถ่ายรูปกับบรรดาผู้บัญชาการ 5 เสือทหารอากาศ ก่อนที่ผู้บัญชาการทหารอากาศจะมอบระเบิดจำลอง Mark82 เป็นที่ระลึกให้กับนายกรัฐมนตรี
โดยผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้กล่าวบันทึกของเจ้าที่ช่างกรมสรรพาวุธทหารอากาศคนหนึ่ง ที่ได้ปฎิบัติหน้าที่ในการสู้รบที่ผ่านมาว่า “ คืนวันที่ 26 ธันวาคม 2568 พวกเราได้รับคำสั่ง ให้ติดตั้งอาวุธกับเครื่องบินรบของเรา เพื่อไปโจมตีเป้าหมายสำคัญในเช้ามืดวันรุ่งขึ้น เพื่อเอาดินแดนของเราคืนมาให้ได้ เป็นภารกิจครั้งสุดท้าย
ผมดีใจที่จะได้กลับบ้านไปหาลูกเมีย ที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบเดือน ดีใจที่ตลอดระยะเวลา พี่ ๆ นักบินออกไปบินรบ ได้ส่งพี่ขึ้นบินด้วยความปลอดภัย อาวุธที่ติดตั้งไม่เคยมีปัญหา ผมดีใจที่ทุกครั้งเมื่อที่พี่นักบินกลับมา แล้วพูดกับผมว่า ขอบใจมากน้อง วันนี้ภารกิจของเราสำเร็จ ผมดีใจ และภูมิใจที่สุดคือ ครั้งหนึ่งในชีวิต ได้เป็นส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งในการปกป้องอธิปไตยของเรา ถ้าผมจะต้องจากลูกเมีย เพื่อมาทำหน้าที่นี้อีก ผมจะไม่ลังเลเลย แม้แต่น้อย
ขณะที่นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวสุนทรพจน์และอวยพรกองทัพอากาศว่า ตนรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาร่วมงานเลี้ยงรับรอง เนื่องในวันกองทัพอากาศประจำปี 2569 ในค่ำวันนี้ ก่อนอื่นขอขอบคุณและแสดงความชื่นชมต่อกำลังพลกองทัพอากาศทุกท่าน ที่ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะอุตสาหะเสียสละ และยึดมั่นในอุดมการณ์แห่งการพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย และความมั่นคงของชาติ ตลอดจนเป็นกำลังสำคัญในการดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน
โดยในช่วงเวลาที่ผ่านมา กองทัพอากาศได้แสดงบทบาทอย่างโดดเด่นในการสนับสนุนภารกิจของรัฐบาลหลายด้าน ทั้งการช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดภัยพิบัติ การส่งของบรรเทาทุกข์ การลำเลียงทางการแพทย์การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางอากาศ และการป้องกันราชอาณาจักร อันเป็นภารกิจที่ทรงคุณค่า และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ขอชื่นชมผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ และกำลังพลของกองทัพอากาศทุกนาย ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และยึดมั่นในความเป็นมืออาชีพ ส่งผลให้กองทัพอากาศไทย เป็นสถาบันที่ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา และภาคภูมิใจ ตนมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า กองทัพอากาศไทยจะยังคงพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาศักยภาพกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีการบิน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพอากาศให้มีความทันสมัย พร้อมรับมือกับความท้าทาย ด้านความมั่นคงในทุกมิติ
นอกจากนี้การเสริมสร้างความร่วมมือกับมิตรประเทศ ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญ ในการยกระดับเสถียรภาพ และความมั่นคงของไทยรวมทั้งของภูมิภาค ซึ่งล้วนก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่พี่น้องประชาชน และประเทศชาติอย่างยั่งยืน
เนื่องในวันกองทัพอากาศ ประจำปี 2569 ขออำนวยพรให้กำลังพลกองทัพอากาศทุกท่าน พร้อมด้วยครอบครัว ประสบแต่ความสุขความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีพลังใจที่เข้มแข็งเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง และประสบความสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหมายไว้ทุกประการโดยทั่วกัน
จากนั้นนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความในใจ โดยขอพูดนอกสคริปต์ถึงช่วงเวลาการตัดสินใจสำคัญด้านอธิปไตยของประเทศ ระบุว่า นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจเรื่องใหญ่ของชาติ
โดยย้ำถึงความเชื่อมั่นในกองทัพทุกเหล่าทัพ ทั้งกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีส่วนสนับสนุนให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างมั่นใจ โดยตนได้รับคำแนะนำ และแรงสนับสนุนที่ทำให้กล้าตัดสินใจในเรื่องสำคัญ ซึ่งส่งผลให้ประเทศไทยมีความเข้มแข็งเป็นที่เกรงขาม ได้รับชัยชนะ และสามารถรักษาอธิปไตยของชาติไว้ได้
ทั้งนี้ ในช่วงหนึ่งของการกล่าว นายกรัฐมนตรีมีอาการสะอื้นน้ำตาคลอ และกล่าวถึงผู้บัญชาการทหารอากาศ โดยระบุว่า “ความมั่นใจของตน มาจากเสียงกระซิบจากผู้บังคับบัญชาทหารอากาศท่านนี้ ส่วนจะกระซิบยังไงจะเก็บไว้สองคน”
อ่านข่าวต้นฉบับ: นายกฯ ร่วมงานวันทัพอากาศ น้ำตาคลอพูดความในใจภารกิจปกป้องอธิปไตย
